บทนำ
เผยแพร่ 20 เมษายน 2569 รีวิวโดยทีมวิเคราะห์ราคา CheckRaka อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) กระทรวงพลังงาน และกรมธุรกิจพลังงาน
ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในไทยขยับเกือบทุกสัปดาห์ บางสัปดาห์ขึ้น 40 สตางค์ บางสัปดาห์ลง 30 สตางค์ หลายคนเติมน้ำมันที่ปั๊ม PT สาขาพระราม 9 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.45 บาทต่อลิตร แต่วันพุธที่ 15 เมษายน กลับขึ้นเป็น 36.85 บาทต่อลิตร ครอบครัวทั่วไปที่ใช้รถเก๋ง 1.5 คันในบ้าน เติมน้ำมันเดือนละ 2,000 ถึง 5,000 บาท การขยับราคาแค่ลิตรละ 40 สตางค์ อาจทำให้ค่าน้ำมันต่อเดือนเพิ่มขึ้น 100 ถึง 250 บาท
คำถามที่ร้านค้าและคนขับรถถามเราบ่อยที่สุดคือ ใครเป็นคนกำหนดราคา ทำไมต้องขยับทุกสัปดาห์ และทำไมบางครั้งราคาน้ำมันโลกลง แต่ราคาหน้าปั๊มในไทยไม่ลงตาม บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่โครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตร ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ใครเก็บส่วนไหน ไปจนถึง cycle การประกาศราคาของ EPPO และปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลง เพื่อให้ท่านตัดสินใจเติมน้ำมันได้ฉลาดขึ้นทุกสัปดาห์
ใครเป็นคนกำหนดราคาน้ำมันในไทย
หลายคนเข้าใจผิดว่าปั๊ม ปตท บางจาก เชลล์ หรือ PT เป็นคนตั้งราคาน้ำมันเอง ความจริงแล้วราคาน้ำมันในไทยไม่ได้มาจากคนคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยมีรัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแลผ่านกลไก 3 ระดับ
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ EPPO คือหน่วยงานหลักที่ประกาศโครงสร้างราคาน้ำมันอ้างอิง (Reference Price) เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลราคาหน้าโรงกลั่น ภาษี เงินกองทุน และส่วนต่างค่าการตลาดทุกวันอังคารเวลาประมาณ 14.00 น ข้อมูลชุดนี้ท่านสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ eppo.go.th ในส่วน "สถิติพลังงาน" ซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะฟรี
กรมธุรกิจพลังงาน ภายใต้กระทรวงพลังงาน ทำหน้าที่กำกับดูแลคุณภาพน้ำมัน ตรวจสอบมาตรฐานการจำหน่าย และออกใบอนุญาตประกอบกิจการค้าน้ำมัน รวมถึงรายงานสต็อกน้ำมันของประเทศต่อ EPPO ทุกสัปดาห์
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน) เป็นผู้กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน หรือเงินชดเชยที่ดึงออกจากกองทุน ในช่วงราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กบน มักประชุมทุกวันพฤหัสบดี เพื่อพิจารณาลดเงินส่งเข้ากองทุนหรือเพิ่มเงินชดเชย เพื่อชะลอไม่ให้ราคาหน้าปั๊มกระโดดเกินไป
ส่วนปั๊มน้ำมันแต่ละยี่ห้อ ในทางปฏิบัติจะไม่ตั้งราคาเองแบบอิสระ แต่ใช้ราคาอ้างอิงของ EPPO เป็นฐาน แล้วบวกค่าการตลาดของตัวเองซึ่งไม่เท่ากัน ปั๊มแบรนด์ใหญ่อย่าง ปตท และเชลล์ มักตั้งราคาสูงกว่าปั๊มท้องถิ่นอย่าง PT หรือซัสโก้ ประมาณ 50 สตางค์ถึง 1 บาทต่อลิตร เพราะต้นทุนแบรนด์ สิทธิ์ LPG บัตรสมาชิก และมาตรฐานการบริการต่างกัน ตัวอย่างเช่น วันที่ 14 เมษายน 2569 แก๊สโซฮอล์ 95 ที่ ปตท สาขาเพชรเกษมอยู่ที่ 37.15 บาทต่อลิตร แต่ที่ PT สาขาเดียวกันระยะเดินห่างไม่ถึง 500 เมตร อยู่ที่ 36.55 บาทต่อลิตร ต่างกัน 60 สตางค์
โครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตรมาจากไหน
คนส่วนใหญ่จ่ายเงิน 37 บาทต่อลิตร โดยไม่รู้เลยว่า 37 บาทนี้กระจายไปที่ไหนบ้าง ข้อมูลจาก EPPO ประจำสัปดาห์ที่ 14 ถึง 20 เมษายน 2569 แบ่งโครงสร้างราคาแก๊สโซฮอล์ 95 (ลิตรละ 37.15 บาท) ได้ประมาณนี้
ต้นทุนเนื้อน้ำมัน (Ex-refinery price) ประมาณ 19 ถึง 21 บาทต่อลิตร คิดเป็น 51 ถึง 56 เปอร์เซ็นต์ของราคาหน้าปั๊ม ส่วนนี้คือราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่น อิงจากราคาอ้างอิงสิงคโปร์ (MOPS) ซึ่งเป็นตลาดกลางของภูมิภาคเอเชีย บวกค่าขนส่ง ค่าประกัน และค่าผสมเอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับแก๊สโซฮอล์
ภาษีสรรพสามิต 6.50 บาทต่อลิตร (สำหรับแก๊สโซฮอล์ 95) คิดเป็นราว 17 เปอร์เซ็นต์ของราคาหน้าปั๊ม ส่วนนี้กระทรวงการคลังเก็บเข้าคลังเป็นรายได้รัฐ ในช่วงวิกฤตน้ำมันโลก ปี 2565 รัฐบาลเคยลดอัตราภาษีสรรพสามิตดีเซลจาก 6.44 บาท เหลือ 1.34 บาท เพื่อช่วยลดภาระประชาชน
ภาษีเทศบาล 0.65 บาทต่อลิตร เก็บเข้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คิดเป็นราว 1.7 เปอร์เซ็นต์
เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ผันแปรตามช่วงเวลา สัปดาห์นี้อยู่ที่ประมาณ 1.50 บาทต่อลิตรสำหรับแก๊สโซฮอล์ 95 ช่วงที่ราคาน้ำมันโลกสูง อัตรานี้อาจติดลบ หมายถึงกองทุนจ่ายเงินชดเชยเข้าราคาเพื่อกดราคาให้ต่ำลง
เงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 0.10 บาทต่อลิตร ใช้สนับสนุนโครงการประหยัดพลังงานของ พพ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7 เปอร์เซ็นต์) คิดจากยอดรวมข้างต้น ประมาณ 2.00 ถึง 2.30 บาทต่อลิตร
ค่าการตลาด (Marketing margin) คือกำไรของปั๊มรวมค่าขนส่งจากคลังถึงปั๊ม ประมาณ 1.80 ถึง 2.50 บาทต่อลิตร EPPO ระบุว่าค่าการตลาดที่ "เหมาะสม" อยู่ที่ 2 บาทต่อลิตร ถ้าสูงกว่านี้กระทรวงพลังงานมักส่งหนังสือเตือนปั๊มให้ปรับลดลง
ถ้าสรุปง่ายๆ จากเงินที่ท่านจ่าย 37 บาท ประมาณ 20 บาท เป็นค่าเนื้อน้ำมันจริง อีก 11 บาท เป็นภาษีและกองทุนต่างๆ ที่รัฐเก็บ และอีก 2 บาท เป็นกำไรของปั๊ม ดังนั้นเวลาราคาน้ำมันโลกลง 1 บาท ราคาหน้าปั๊มอาจไม่ลงเต็มบาท เพราะรัฐอาจปรับเงินกองทุนขึ้นเพื่อสะสมเงินชดเชยไว้ใช้ในอนาคต
CP Price Saudi Aramco คืออะไร สำคัญยังไง
คำว่า CP Aramco ที่ข่าว LPG ชอบพูดถึงทุกเดือน ย่อมาจาก Contract Price ของบริษัทซาอุดี อารามโก ผู้ผลิตน้ำมันและ LPG รายใหญ่ที่สุดของโลก ซาอุดี อารามโก ประกาศ CP รายเดือนสำหรับ LPG โพรเพน และบิวเทน เป็นราคาอ้างอิงที่ผู้ซื้อทั่วโลกรวมถึงไทยใช้กำหนดต้นทุนนำเข้า
สำหรับน้ำมันดิบ ไทยใช้หลายราคาอ้างอิง ทั้งดูไบ โอมาน เบรนท์ (Brent) และเวสต์เท็กซัส (WTI) โดยโรงกลั่นไทยส่วนใหญ่นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง สัดส่วนเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ดังนั้นน้ำมันดูไบและโอมานจึงเป็นตัวชี้วัดต้นทุนน้ำมันที่สำคัญที่สุดของไทย
แต่สำหรับ "น้ำมันสำเร็จรูป" ที่โรงกลั่นขายให้ปั๊ม ราคาอ้างอิงคือ MOPS (Mean of Platts Singapore) ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยของน้ำมันสำเร็จรูปที่ซื้อขายในตลาดสิงคโปร์ EPPO ใช้ MOPS เฉลี่ย 14 วันย้อนหลัง บวกค่าขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มาไทย (Freight) และค่า Insurance เป็นฐานคำนวณราคาหน้าโรงกลั่น
เหตุผลที่ใช้ค่าเฉลี่ย 14 วัน ไม่ใช่ราคารายวัน เพราะหากใช้ราคารายวัน ราคาน้ำมันจะขึ้นลงแรงเกินไป ส่งผลเสียต่อการวางแผนธุรกิจและคาดการณ์ค่าครองชีพ การเฉลี่ย 14 วัน ช่วย smoothing ให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นจังหวะ สอดคล้องกับ cycle การประกาศรายสัปดาห์
ตัวอย่างจากสัปดาห์ที่ 7 เมษายน 2569 ราคา MOPS แก๊สโซฮอล์ 95 เฉลี่ย 14 วันอยู่ที่ 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อคิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 34.50 บาทต่อดอลลาร์ จะได้ประมาณ 19.10 บาทต่อลิตร หลังบวก freight และ insurance อีกราว 1 บาท ราคาหน้าโรงกลั่นก่อนภาษีจึงอยู่ที่ราว 20 บาทต่อลิตร ตรงกับโครงสร้างที่ EPPO เผยแพร่
ทำไมราคาขึ้นทุกวันอังคาร EPPO ประกาศตอนไหน
ถ้าท่านสังเกตดีๆ ราคาน้ำมันในไทยมักเปลี่ยนเช้าวันพุธ หรือบางครั้งเช้าวันอังคาร เหตุผลคือ EPPO มี cycle การประกาศราคาอ้างอิงประจำสัปดาห์ตามนี้
วันจันทร์ถึงศุกร์ EPPO เก็บราคา MOPS รายวัน เพื่อคำนวณค่าเฉลี่ย 14 วัน
บ่ายวันอังคาร ประมาณ 14.00 น EPPO เผยแพร่ราคาอ้างอิงใหม่ทางเว็บไซต์ eppo.go.th พร้อมแจ้งผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 12 ราย (ปตท บางจาก เชลล์ เอสโซ่ คาลเท็กซ์ พีที ซัสโก้ รวมถึงโรงกลั่นต่างๆ)
ช่วงเย็นวันอังคาร ถึงเช้าวันพุธ ผู้ค้าน้ำมันแต่ละเจ้าประกาศราคาใหม่ของตัวเอง ซึ่งมักจะยึดตามราคาอ้างอิงของ EPPO แล้วบวกค่าการตลาดของตัวเอง
เช้าวันพุธ เวลา 05.00 น ราคาน้ำมันใหม่มีผลที่ปั๊มทั่วประเทศ
วิธีติดตามราคาน้ำมันล่วงหน้าที่เราใช้จริง คือเข้าเพจ Facebook ของปั๊มใหญ่ๆ ช่วงเย็นวันอังคาร ประมาณ 17.00 ถึง 18.00 น ปั๊มจะโพสต์ประกาศราคาใหม่ก่อนมีผลเช้าวันพุธ หรือถ้าท่านต้องการดูย้อนหลังและเปรียบเทียบหลายปั๊ม สามารถใช้หน้า ราคาน้ำมันวันนี้ ของ CheckRaka ซึ่งดึงราคาจาก EPPO และปั๊มหลักมาเปรียบเทียบให้ในที่เดียว
กรณีพิเศษที่ราคาอาจปรับกลางสัปดาห์ คือเมื่อราคาน้ำมันโลกผันผวนรุนแรง เช่น กรณีอิสราเอลโจมตีอิหร่านช่วงเดือนตุลาคม 2567 ราคาน้ำมันโลกกระโดด 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันเดียว EPPO และ กบน ได้ประชุมฉุกเฉิน ปรับเงินกองทุนทันที เพื่อไม่ให้ราคาหน้าปั๊มกระโดดเกินไป
ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันขึ้น 5 ข้อ
จากการวิเคราะห์ราคาน้ำมันไทยตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ทีมงาน CheckRaka พบปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นชัดเจนที่สุด 5 ข้อ
1 สงครามและความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งเร็วที่สุด กรณีสงครามรัสเซียยูเครนปี 2565 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจาก 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขึ้นไปแตะ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายใน 3 สัปดาห์ ทำให้ดีเซลในไทยพุ่งจาก 30 บาทต่อลิตร เป็น 35 บาทต่อลิตร ล่าสุดความตึงเครียดในทะเลแดงต้นปี 2569 ทำให้ค่า freight เรือบรรทุกน้ำมันจากตะวันออกกลางมาเอเชียเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์
2 OPEC+ ลดกำลังการผลิต กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) บวกรัสเซียและพันธมิตร ควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของโลก ทุกครั้งที่ OPEC+ ประกาศ "cut" หรือลดการผลิต เช่นลด 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันโลกจะขยับขึ้นทันที 3 ถึง 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้น้ำมันไทยขึ้น 50 สตางค์ ถึง 1 บาทต่อลิตร ในสัปดาห์ถัดมา
3 ความต้องการใช้พลังงานหน้าหนาวในจีนและยุโรป ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิในจีนตอนเหนือและยุโรปต่ำกว่าศูนย์ องศาเซลเซียส ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลสำหรับทำความร้อน (heating oil) สูงขึ้น บวกกับฤดูท่องเที่ยวปีใหม่ที่คนเดินทางมาก ดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นเป็นประจำทุกปี ถ้าท่านสังเกต ราคาดีเซลในไทยเดือนธันวาคมมักสูงกว่าเดือนมิถุนายน 1 ถึง 2 บาทต่อลิตร
4 ค่าเงินบาทอ่อน นี่คือปัจจัยที่หลายคนลืม เพราะไทยนำเข้าน้ำมันดิบ 85 เปอร์เซ็นต์ ซื้อด้วยสกุลเงินดอลลาร์ เมื่อบาทอ่อนจาก 33 บาทต่อดอลลาร์ เป็น 35 บาทต่อดอลลาร์ ต้นทุนน้ำมันในรูปบาทจะเพิ่มขึ้นทันที 6 เปอร์เซ็นต์ แม้ราคาน้ำมันโลกจะเท่าเดิม ช่วงต้นปี 2569 บาทอ่อนแตะ 34.80 บาทต่อดอลลาร์ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ราคาน้ำมันไทยไม่ลงตามที่หลายคนคาด ทั้งที่ราคาน้ำมันโลกค่อนข้างทรงตัว
5 ภาษีรัฐและเงินกองทุน เมื่อรัฐบาลหมดมาตรการลดภาษีชั่วคราว ราคาก็จะดีดกลับ กรณีตัวอย่างคือปี 2566 เมื่อรัฐบาลยกเลิกมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลในเดือนกรกฎาคม ราคาดีเซลกระโดดขึ้นทันที 2.50 บาทต่อลิตร ในสัปดาห์เดียว นอกจากนี้ถ้ากองทุนน้ำมันติดลบมาก (ปัจจุบันติดลบอยู่ราว 70,000 ล้านบาท) กบน ก็ต้องเริ่มเก็บเงินส่งเข้ากองทุนมากขึ้น ทำให้ราคาหน้าปั๊มขยับขึ้นตาม
ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันลง
ไม่ใช่ทุกสัปดาห์ที่ราคาน้ำมันขึ้น มีช่วงเวลาที่ราคาลงชัดเจนเช่นกัน ปัจจัยสำคัญ 5 ข้อที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับลง
1 น้ำมันล้นตลาดโลก เมื่อ OPEC+ ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิต หรือประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก OPEC อย่างสหรัฐฯ บราซิล กายอานา ผลิตเพิ่ม สต็อกน้ำมันโลกจะสูงขึ้น กดราคาลง ปี 2567 กายอานาผลิตน้ำมันดิบเพิ่มจาก 400,000 เป็น 700,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่กดราคาเบรนท์ลงจาก 95 ดอลลาร์ เหลือ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
2 US shale oil กลับมาผลิต สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วย shale technology เมื่อราคาน้ำมันโลกสูงเกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผู้ผลิต shale มักเพิ่มกำลังการผลิตทันที เพราะคุ้มทุน ส่งผลกดราคาโลกกลับลงมาในรอบ 3 ถึง 6 เดือน
3 เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หรือ recession เมื่อเศรษฐกิจโลกถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันของภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งลดลง ราคาน้ำมันร่วงแรง กรณีโควิดปี 2563 ราคาน้ำมันดิบ WTI เคยติดลบชั่วคราว (คือผู้ผลิตต้องจ่ายเงินให้ผู้ซื้อเพื่อเอาน้ำมันไปเก็บ) สะท้อนภาพว่าความต้องการหดตัวรุนแรงแค่ไหน
4 เงินบาทแข็ง ตรงข้ามกับข้อที่แล้ว ถ้าบาทแข็งจาก 35 เป็น 33 บาทต่อดอลลาร์ ต้นทุนน้ำมันในรูปบาทลดลง 6 เปอร์เซ็นต์ทันที ราคาหน้าปั๊มไทยจึงปรับลงตาม ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 บาทแข็งจาก 36 เป็น 34.20 ทำให้ดีเซลลงจาก 30 บาท เหลือ 28.50 บาทต่อลิตร
5 รัฐออกมาตรการอุดหนุน รัฐบาลสามารถใช้กองทุนน้ำมันชดเชยเพิ่ม ลดภาษีสรรพสามิต หรือแทรกแซงราคาโดยตรง เหตุการณ์จริงคือช่วงก่อนเลือกตั้ง และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ ที่รัฐมักออกมาตรการ "ตรึงราคา" ชั่วคราว เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
เคล็ดลับเติมน้ำมันให้ถูกที่สุด
จากประสบการณ์ทำข้อมูลราคาน้ำมันย้อนหลัง 3 ปี ทีมงาน CheckRaka สรุปเทคนิคเติมน้ำมันให้ประหยัดได้จริง 5 ข้อ
ติดตามราคาก่อนเติม ก่อนออกจากบ้านเช็กราคาที่ หน้ารวมราคาน้ำมันของ CheckRaka เพื่อเทียบปั๊มใกล้บ้าน ราคาระหว่าง ปตท PT บางจาก พีทีที สเตชัน และซัสโก้ ต่างกันได้ถึง 1 บาทต่อลิตร ถ้าเติมเต็มถัง 40 ลิตร ประหยัดได้ครั้งละ 40 บาท สัปดาห์ละครั้งก็ประหยัดปีละ 2,000 บาท
เติมก่อนประกาศราคาใหม่เช้าวันพุธ ถ้าข่าวบอกว่าสัปดาห์หน้าน้ำมันจะขึ้น 50 สตางค์ ให้รีบเติมเต็มถังเย็นวันอังคารก่อน 20.00 น เพราะราคาใหม่มีผลเช้าวันพุธ ตัวอย่างจริงสัปดาห์ที่ 7 เมษายน 2569 ข่าวประกาศขึ้น 40 สตางค์ คนที่เติม 50 ลิตร ประหยัดได้ 20 บาท
เลือกช่วงเวลาเติม เติมน้ำมันตอนเช้าหรือช่วงค่ำ ที่อากาศเย็น น้ำมันจะหดตัว ทำให้ได้ปริมาณ "จริง" ต่อลิตรมากกว่าตอนกลางวันที่อากาศร้อน ต่างกันไม่มากในระดับ 0.2 ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่สะสมหลายปีก็มีนัยสำคัญ
ใช้บัตรสมาชิกและโปรโมชั่น บลูการ์ดของ ปตท แมกซ์การ์ดของ บางจาก และสมาชิก PT ให้ส่วนลด 20 ถึง 50 สตางค์ต่อลิตรเป็นประจำ ช่วงโปรกลางปีอาจลดถึง 1 บาทต่อลิตร หลายคนไม่สมัครเพราะคิดว่าไม่คุ้ม จริงๆ แล้วถ้าเติมเดือนละ 200 ลิตร ลดแค่ 30 สตางค์ต่อลิตร ก็ประหยัดเดือนละ 60 บาท
ขับรถประหยัดน้ำมัน ไม่เร่งกะทันหัน ไม่เบรกแรง รักษาความเร็ว 80 ถึง 90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงบนทางไกล ลดภาระรถ (ไม่ขนของหนักไม่จำเป็น) และตรวจเช็กลมยางเดือนละครั้ง วิธีเหล่านี้ช่วยประหยัดน้ำมันได้ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้ผลมากกว่าการตามหาปั๊มราคาถูกเสียอีก อ่านเพิ่มเติมในบทความ วิธีเลือกใช้น้ำมันให้ประหยัดเงินที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รู้ราคาน้ำมันสัปดาห์หน้าล่วงหน้าได้ไหม รู้ได้ในระดับ "แนวโน้ม" ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะ วิธีคือติดตามราคา MOPS รายวันที่เว็บ EPPO หรือเพจพลังงานวันนี้ ถ้า MOPS ปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 ถึง 4 วัน และเงินบาทอ่อน คาดได้ว่าเช้าวันพุธถัดไปราคาน่าจะขึ้น 30 ถึง 60 สตางค์ต่อลิตร นอกจากนี้ช่วงเย็นวันอังคาร ประมาณ 16.00 ถึง 18.00 น ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จะประกาศราคาใหม่ผ่าน Facebook ก่อนมีผลเช้าวันพุธ ท่านสามารถเช็กทันได้
ปั๊มไหนถูกกว่ากัน ปตท หรือ PT ปั๊มท้องถิ่นอย่าง PT ซัสโก้ และเอสโซ่ มักถูกกว่า ปตท และเชลล์ ประมาณ 30 สตางค์ถึง 1 บาทต่อลิตร จากการเก็บข้อมูลรายสัปดาห์ของ CheckRaka ในกรุงเทพฯ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา PT ถูกกว่า ปตท เฉลี่ย 55 สตางค์ต่อลิตร อย่างไรก็ตามแบรนด์ใหญ่มีข้อดีคือคุณภาพน้ำมันมาตรฐานสูง มีสารเพิ่มประสิทธิภาพ (additive) และมีปั๊มกระจายมากทำให้สะดวก ถ้าท่านขับรถใหม่ที่ต้องการคุณภาพน้ำมันดี การจ่ายเพิ่มลิตรละ 50 สตางค์อาจคุ้ม แต่ถ้ารถเก่าหรือรถกระบะใช้งานหนัก ปั๊มท้องถิ่นก็เพียงพอ
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร มีเงินเท่าไร กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคือกลไกที่รัฐใช้รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ ช่วงราคาน้ำมันโลกต่ำ กองทุนจะเก็บเงินจากผู้บริโภคส่วนหนึ่ง (เช่น 2 บาทต่อลิตร) เพื่อสะสมไว้ ช่วงราคาน้ำมันโลกสูง กองทุนจะดึงเงินสะสมออกมาชดเชยให้ราคาหน้าปั๊มต่ำลง ข้อมูลจาก สกนช ณ เมษายน 2569 กองทุนน้ำมันมีสถานะติดลบประมาณ 70,000 ล้านบาท หมายถึงกองทุนจ่ายชดเชยล่วงหน้าไปมากจนต้องกู้ยืมมาชดเชย สถานะนี้เป็นเหตุผลที่ราคาน้ำมันไทยไม่สามารถลดได้มากในช่วงนี้ แม้ราคาน้ำมันโลกจะลง
น้ำมันโลกลง ทำไมน้ำมันไทยไม่ลงตาม คำตอบมี 3 ข้อหลัก หนึ่ง EPPO ใช้ MOPS เฉลี่ย 14 วัน ไม่ใช่ราคารายวัน ทำให้ราคาหน้าปั๊มสะท้อนการลงล่าช้าประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ สอง เงินบาทอาจอ่อนค่าชดเชยการลงของราคาน้ำมันโลก ต้นทุนในรูปบาทจึงไม่ลด สาม กองทุนน้ำมันอาจใช้โอกาสนี้เก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อลดหนี้สะสม ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลงเต็มตามราคาโลก ตัวอย่างจริงปลายปี 2568 ราคาเบรนท์ลง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ดีเซลไทยลงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่ม
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับ E20 ต่างกันยังไง คุ้มเติมตัวไหน แก๊สโซฮอล์ 95 ผสมเอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วน E20 ผสมเอทานอล 20 เปอร์เซ็นต์ ราคา E20 ถูกกว่า 95 ประมาณ 1 บาทต่อลิตร เพราะเอทานอลถูกกว่าน้ำมันเบนซิน อย่างไรก็ตาม E20 ให้พลังงานน้อยกว่าเล็กน้อย ทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคิดรวมแล้วยังประหยัดกว่าประมาณ 50 สตางค์ต่อลิตร ข้อควรระวังคือต้องเช็กคู่มือรถว่ารองรับ E20 หรือไม่ รถรุ่นเก่าก่อนปี 2551 ส่วนใหญ่ไม่รองรับ
สรุป
ราคาน้ำมันที่ขยับทุกสัปดาห์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจาก cycle การประกาศราคาอ้างอิงของ EPPO ทุกบ่ายวันอังคาร บวกกับปัจจัยภายนอกทั้งราคาน้ำมันโลก ค่าเงินบาท OPEC+ ภาษีสรรพสามิต และสถานะกองทุนน้ำมัน การเข้าใจโครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตร ว่ามาจาก 4 ส่วนใหญ่ (ต้นทุนเนื้อน้ำมัน 55 เปอร์เซ็นต์ ภาษีและกองทุน 30 เปอร์เซ็นต์ ค่าการตลาด 5 เปอร์เซ็นต์ VAT 6 เปอร์เซ็นต์) จะช่วยให้ท่านวางแผนค่าน้ำมันได้แม่นยำขึ้น
ถ้าต้องการติดตามราคาน้ำมันทุกวันและเปรียบเทียบหลายปั๊มในที่เดียว เชิญเข้า ราคาน้ำมันวันนี้ที่ CheckRaka อัปเดตทุกเช้า อ้างอิงข้อมูลจาก EPPO และปั๊มหลัก หรืออ่านบทความคู่ขนาน ราคา LPG ย้อนหลังปี 2569 และ วิธีเลือกใช้น้ำมันให้ประหยัดที่สุด เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องพลังงานของครอบครัวได้ฉลาดขึ้นในทุกสัปดาห์
บทความนี้จัดทำโดยทีมวิเคราะห์ราคา CheckRaka อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) กระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช) และกรมธุรกิจพลังงาน ข้อมูลตัวเลข ณ สัปดาห์ที่ 14 ถึง 20 เมษายน 2569 ราคาหน้าปั๊มอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ EPPO รายสัปดาห์
เผยแพร่ 20 เมษายน 2569 ปรับปรุงล่าสุด 20 เมษายน 2569