TL;DR ราคามะนาววันนี้และทางเลือกหน้าฝน
สรุปสั้น
ราคามะนาววันนี้ 19 พ.ค. 2569 ที่ตลาดสี่มุมเมือง 2.50 บาท/ลูก ลงจากหน้าแล้ง 4.50 บาท/ลูก เกือบ 45% เพราะฝนแรกเริ่มต้น พ.ค. ผลผลิตเริ่มเข้าตลาด แต่ราคายังไม่ลงสุดต้องรอ มิ.ย. ถึง ก.ค. ร้านอาหารที่อยากคุมต้นทุนมี 4 ทางเลือกแทน มะนาวเลม่อน 8 บาท/ลูก ส้มซ่า 25 บาท/กก. น้ำส้มสายชู 22 บาท/ขวด กรดมะนาวผง 250 บาท/กก. (= มะนาว 100 ลูก) เลือกตัวไหนคุ้มสุดต่อเมนูอ่านในบทความ
- หน้าแล้งสูงสุด เม.ย. 2569
- 4.50 ถึง 7 บาท/ลูก
- ต้นหน้าฝน พ.ค. 2569 (วันนี้)
- 2 ถึง 3 บาท/ลูก
- กลางฤดูฝน ก.ค. ถึง ส.ค.
- 1.50 ถึง 2.50 บาท/ลูก
- ปลายปี ต.ค. ถึง ธ.ค.
- 2.50 ถึง 4 บาท/ลูก
- ลดลงจากจุดสูงสุด
- 35 ถึง 55%
ราคามะนาววันนี้ 19 พ.ค. 2569 จาก 5 แหล่ง
| แหล่ง | มะนาวแป้น (บาท/ลูก) | มะนาวตาฮิติ (บาท/กก.) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ตลาดสี่มุมเมือง | 2.50 | 38 | ค้าส่งคืนเดียว 22:00 ถึง 06:00 |
| ตลาดไท | 2.30 | 36 | ขั้นต่ำ 1 ตะกร้า 100 ลูก |
| Makro | 3.20 | 52 | ซื้อกี่ลูกก็ได้ พร้อมส่ง |
| Freshket | 3.80 | 58 | ขั้นต่ำ 500 บาท ส่งฟรี |
| กรมการค้าภายใน | 3 (อ้างอิง) | 45 (อ้างอิง) | ราคาอ้างอิงไม่ใช่ราคาซื้อ |
ความต่างราคา 35 ถึง 65% ระหว่างตลาดสี่มุมเมืองกับ Freshket สะท้อนต้นทุน middleman ค่าคัดเกรด แพ็ค จัดส่ง ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ตลาดค้าส่งซื้อตรงจะคุ้มที่สุด แต่ต้องรับน้ำหนักขั้นต่ำ 100 ลูกขึ้นไป
มะนาวตาฮิติ (ลูกใหญ่ น้ำเยอะ) แพงกว่ามะนาวแป้น 30 ถึง 40% แต่บีบได้น้ำมากกว่า 2 เท่าต่อลูก ถ้าคิดต่อ ml ของน้ำมะนาวแล้ว ตาฮิติคุ้มกว่าเล็กน้อย ยกเว้นเมนูที่ต้องการกลิ่นมะนาวแป้นเฉพาะ เช่น ยำสไตล์ภาคกลาง
ราคา 19 พ.ค. ลงมาแล้ว 45% จากจุดสูงสุดเม.ย. 4.50 บาท/ลูก เพราะฝนพรำต้น พ.ค. ทำให้สวนมะนาวที่ราชบุรี เพชรบุรี ออกผลมากขึ้น แต่ยังไม่ลงเต็มที่ ต้องรอ มิ.ย. ถึง ก.ค. ที่ผลผลิตเข้าตลาดเต็มที่ ราคาจะลงไปถึง 1.50 ถึง 2 บาท/ลูก
ราคามะนาวหน้าฝน vs หน้าแล้ง ต่างกี่บาท เทียบ 12 เดือน
| เดือน | ราคา (บาท/ลูก) | สถานะ supply | สาเหตุ |
|---|---|---|---|
| พ.ค. 2568 | 2.50 | เริ่มฟื้น | ฝนแรก ผลผลิตเริ่มเข้า |
| มิ.ย. 2568 | 1.80 | มาก | กลางฤดูฝน ผลผลิตเต็มที่ |
| ก.ค. 2568 | 1.60 | มากสุด | พีคของฤดู |
| ส.ค. 2568 | 1.70 | มาก | ยังคงเหลือเฟือ |
| ก.ย. 2568 | 2.20 | ลด | ปลายฝน เริ่มขาด |
| ต.ค. 2568 | 2.80 | ปานกลาง | เข้าหน้าหนาว |
| พ.ย. 2568 | 3.20 | น้อย | อากาศแห้ง |
| ธ.ค. 2568 | 3.80 | น้อย | หนาวจัด ดอกร่วง |
| ม.ค. 2569 | 4.20 | น้อยมาก | เริ่มแล้ง |
| ก.พ. 2569 | 5.50 | ขาด | แล้งหนัก ภัยแล้ง |
| มี.ค. 2569 | 6.50 | ขาดมาก | พีคของหน้าแล้ง |
| เม.ย. 2569 | 4.80 | ขาด | แล้งคลี่คลายเล็กน้อย |
| พ.ค. 2569 (วันนี้) | 2.50 | เริ่มฟื้น | ฝนแรกเข้าตลาด |
ราคามะนาวมี seasonal cycle ที่คาดเดาได้ จุดสูงสุดทุกปีตกในเดือน มี.ค. (พีคของหน้าแล้ง) จุดต่ำสุดเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. ร้านอาหารควรซื้อตุนหรือ freeze น้ำมะนาวช่วง มิ.ย. ถึง ก.ค. เก็บไว้ใช้ ม.ค. ถึง เม.ย. ปีถัดไป ประหยัดได้ 60 ถึง 70%
ทำไมราคายังไม่ลงสุดในต้นหน้าฝน
มะนาวต้องการเวลา 4 ถึง 6 เดือนตั้งแต่ออกดอกถึงเก็บเกี่ยว ฝนที่ตกใน เม.ย. ถึง พ.ค. ช่วยให้ต้นมะนาวออกดอก แต่ผลที่กำลังเก็บเกี่ยวตอนนี้คือมะนาวที่ออกดอกมาตั้งแต่ ธ.ค. 2568 ถึง ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงอากาศแห้ง ดอกออกน้อย ผลจึงน้อยตามไปด้วย
จะเริ่มเก็บเกี่ยวมะนาวที่ออกดอกจากฝนแรกได้ราว ก.ย. ถึง ต.ค. 2569 ทำให้ supply จริงๆ ในต้นหน้าฝน พ.ค. ถึง มิ.ย. 2569 ยังเป็น stock เก่าที่ค่อยๆ ทยอยออก รวมถึงมะนาวนำเข้าจากเวียดนามและจีนเข้ามาเสริม
อีกปัจจัยคือ demand ฤดูฝนสำหรับเมนูปรุงรสเปรี้ยวยังสูงอยู่ ส้มตำ ต้มยำ ยำ ขายดีตลอดปี ทำให้ความต้องการไม่ลดแม้ supply เริ่มฟื้น ส่งผลให้ราคาค่อยๆ ลงไม่หล่นทันที
4 ทางเลือกแทนมะนาวพร้อมราคาและความเปรี้ยวต่อหน่วย
| ทางเลือก | ราคา | หน่วยเทียบ 30 ml | รสและกลิ่น | เหมาะกับเมนู |
|---|---|---|---|---|
| มะนาวแป้น (อ้างอิง) | 2.50 บาท/ลูก | 2.50 บาท | เปรี้ยวสด กลิ่นไทย | ทุกเมนูไทยคลาสสิก |
| มะนาวเลม่อน | 8 บาท/ลูก | 4 บาท (1/2 ลูก) | เปรี้ยวอ่อน กลิ่นฝรั่ง | สลัด ยำสไตล์ฟิวชั่น |
| ส้มซ่า | 25 บาท/กก. (= 8 ลูก) | 3 บาท | เปรี้ยวอมหวาน กลิ่นแรง | ต้มยำ น้ำพริก น้ำซุป |
| น้ำส้มสายชู 5% | 22 บาท/700 ml | 0.95 บาท | เปรี้ยวจัด ไม่มีกลิ่น | ผัดไทย ยำกลิ่นเบา ซุปจีน |
| กรดมะนาวผง (citric acid) | 250 บาท/กก. | 0.40 บาท | เปรี้ยวจัดที่สุด ไม่มีกลิ่น | น้ำหวาน เครื่องดื่ม ดอง อาหารแห้ง |
กรดมะนาวผง (citric acid) คือทางเลือกประหยัดที่สุดต่อหน่วยความเปรี้ยว แต่ต้องใช้เป็น ใช้ผิดเมนูจะเสียรสชาติ
- มะนาวเลม่อน นำเข้าจากจีน ออสเตรเลีย ราคาสูงและกลิ่นไม่เหมือนมะนาวไทย เหมาะกับเมนูฟิวชั่นสากล เช่น สลัดน้ำใส ทูน่ายำ ไม่เหมาะกับส้มตำหรือต้มยำคลาสสิก
- ส้มซ่า หาได้ตามตลาดสด ราคาไม่แพง กลิ่นใกล้เคียงมะนาวแต่หวานกว่า เหมาะมากกับต้มยำน้ำใสและน้ำพริกเผา ลูกค้าหลายคนชอบกลิ่นนี้มากกว่าด้วยซ้ำ
- น้ำส้มสายชู 5% ประหยัดที่สุดในกลุ่มของเหลว แต่ไม่มีกลิ่นหอม เหมาะกับเมนูที่ต้องการเปรี้ยวอย่างเดียวเช่น ผัดไทย ยำซีฟู้ดสไตล์จีน ซุปร้อนๆ ห้ามใส่ในเมนูเย็นจัดเพราะจะแหลม
- กรดมะนาวผง อนุพันธ์ของผลไม้จริง ไม่ใช่สารเคมีสังเคราะห์ FDA อนุญาตในอาหาร ใช้ 1/4 ช้อนชา = น้ำมะนาว 1 ลูก เหมาะกับน้ำหวาน เครื่องดื่ม ของดอง ต้องชิมก่อนเพราะแรงกว่าน้ำมะนาวมาก
ทางเลือก 4 ตัวนี้ไม่มีตัวไหนแทนมะนาวได้ 100% สำหรับเมนูคลาสสิกอย่างส้มตำหรือยำวุ้นเส้น ใช้เพื่อ blend ลดต้นทุนช่วงหน้าแล้งดีกว่า เช่น มะนาว 50% + ส้มซ่า 50% ประหยัดต้นทุน 30% ลูกค้าแทบไม่รู้สึก
ต้นทุนเมนู 3 จานด้วยมะนาวจริงและทางเลือก scale 50 จาน
| เมนู | มะนาวสดต่อจาน | ต้นทุนมะนาวจริง | ทางเลือก blend 50/50 | ต้นทุนใหม่ | ประหยัด |
|---|---|---|---|---|---|
| ส้มตำไทย | 1 ลูก (30 ml) | 2.50 บาท | มะนาว 1/2 + ส้มซ่า 1/2 | 1.40 บาท | 44% |
| ต้มยำกุ้งน้ำใส | 2 ลูก (60 ml) | 5 บาท | มะนาว 1 + ส้มซ่า 1 | 2.80 บาท | 44% |
| ยำวุ้นเส้น | 1.5 ลูก (45 ml) | 3.75 บาท | มะนาว 1 + น้ำส้มสายชู 5 ml | 2.85 บาท | 24% |
สำหรับร้าน 50 จาน/วัน ใช้ส้มตำ + ต้มยำ + ยำวุ้นเส้น รวม mix ผสมตามอัตราส่วน 50/50 จะประหยัดต้นทุนมะนาวต่อวัน ราว 110 บาท ต่อเดือน 3,300 บาท ต่อปีถึง 39,600 บาท เฉพาะหมวดเดียวที่ปรับ
แต่ข้อควรระวังคือถ้าใช้มะนาวเลม่อน + น้ำส้มสายชู แทนมะนาวสดเกิน 70% ลูกค้าจะรู้สึกว่ารสเปลี่ยน ที่ปลอดภัยคืออัตราส่วน 50/50 สำหรับเมนูที่มีรสจัดอย่างต้มยำ และ 70 มะนาวสด / 30 ทางเลือก สำหรับส้มตำที่ลูกค้าซีเรียสกลิ่น
กรดมะนาวผงเหมาะกับน้ำหวาน เครื่องดื่ม สามารถใช้แทนมะนาว 100% ในชาเลม่อน น้ำมะนาวโซดา ลูกค้าไม่รู้ความต่าง ประหยัดได้ 80 ถึง 90%
