ตลาดไท ราคาหมูวันนี้ ดูยังไงให้ตอบได้ใกล้เคียงที่สุด
สรุปสั้น
ถ้าอยากเช็คราคาหมูที่ตลาดไทให้ใกล้เคียงที่สุด อย่าดูแค่คำว่า ตลาดไท ราคาหมู อย่างเดียว แต่ให้ดูว่าเป็นหมูส่วนไหน ซื้อจากโซนไหน และเป็นราคาขายส่งหรือขายปลีก เพราะหมูแต่ละชิ้นแกว่งไม่เท่ากัน บางวันหมูเนื้อแดงกับซี่โครงต่างกันชัดมาก บางร้านคิดตามปริมาณที่รับ และบางช่วงเช้ากับบ่ายราคาก็ไม่เหมือนกัน
วิธีเช็คที่แม่นสุดคือเทียบราคาจากหลายแหล่งในวันเดียวกัน แล้วดูว่าราคาที่เจอเป็นราคาสำหรับหมูส่วนไหน เช่น หมูเนื้อแดง ขาหมู ตับหมู หรือซี่โครงหมู เพราะแต่ละส่วนมีต้นทุนและความต้องการต่างกัน ตัวอย่างที่เห็นจากราคาจริงตอนนี้ หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 112.5 ถึง 155 บาทต่อกก. ส่วนซี่โครงหมูอยู่ที่ 115 ถึง 175 บาทต่อกก. ช่วงห่างแบบนี้ทำให้คำว่า ราคาหมูวันนี้ ต้องอ่านให้ครบว่าหมายถึงส่วนไหน
ถ้าคุณไปเช็คที่ตลาดไทจริง แนะนำดูป้ายหน้าร้านกับถามพ่อค้าแม่ค้าว่าเป็นราคาหน้าร้านหรือราคายกเข่ง เพราะบางทีราคาที่เห็นไม่ได้รวมเงื่อนไขเดียวกัน ร้านหนึ่งอาจขายแบบรับเยอะได้ราคาดีกว่า อีกแหล่งอาจตั้งราคาสำหรับซื้อจำนวนน้อย ถ้าเป็นร้านอาหาร ผมแนะนำให้ดูราคาต่อกิโลแล้วเทียบกับเมนูใช้งานจริง เช่น ตับหมูเอาไปผัดกะเพรา หรือขาหมูเอาไปทำพะโล้ จะช่วยตัดสินใจได้ง่ายกว่า
- ราคาถูกที่สุดวันนี้
- 43.89 บาท/กก. ที่ Makro PRO
- ช่วงราคา
- 43.89 ถึง 190 บาท/กก.
- เปรียบเทียบจาก
- 8 แหล่ง 5 รายการ
- อัปเดตล่าสุด
- 2026-06-27
| สินค้า | Freshket | กรมการค้าภายใน (ราคาปลีก) | GO Wholesale (Central Food) | Makro PRO | ตลาดสี่มุมเมือง | ตลาดล้านเมือง (เชียงราย) | TrueID Food (ราคาอาหารสด) | ตลาดไท |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หูหมู (กก.) | 190 | - | - | - | - | - | - | - |
| หมูเนื้อแดง (กก.) | - | 155 | 122 | 122 | 112.5 | 130 | 137.5 | - |
| ขาหมู (กก.) | 123 | - | - | 43.89 | 65 | - | - | 75 |
| ตับหมู (กก.) | 118 | - | 110 | - | 90 | - | 86 | - |
| ซี่โครงหมู (กก.) | 175 | - | 149 | 140 | 117.5 | 115 | 137.5 | - |
ราคาหมูวันนี้ กับราคาหมูต่อกิโลที่คนซื้อของที่ตลาดไทต้องรู้
เวลาคนพูดถึงราคาหมูวันนี้ที่ตลาดไท ส่วนใหญ่ไม่ได้ดูแค่คำว่าหมูแพงหรือถูกอย่างเดียว แต่จะดูว่าเป็นหมูส่วนไหน เพราะแต่ละส่วนใช้แทนกันไม่ได้ในครัว ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวราดแกง หรือร้านอาหารตามสั่งมักดูหมูเนื้อแดงเป็นหลัก ส่วนร้านที่ทำเมนูตุ๋น ต้ม หรือข้าวขาหมูจะต้องดูขาหมูและตับหมูประกอบด้วย
ถ้าเทียบภาพรวมจากราคาที่คนซื้อของมักใช้เช็กราคาในตลาดสดและตลาดกลาง จะเห็นว่าหูหมูอยู่ที่ 190 บาทต่อกก. หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 112.5 ถึง 155 บาทต่อกก. ขาหมูอยู่ที่ 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. ตับหมูอยู่ที่ 86 ถึง 118 บาทต่อกก. และซี่โครงหมูอยู่ที่ 115 ถึง 175 บาทต่อกก. ตัวเลขพวกนี้ช่วยให้เห็นว่าเมนูคนละแบบใช้ต้นทุนไม่เท่ากันจริง
ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าร้านข้าวแกงอยากคุมต้นทุน เมนูผัดหมูจะต้องจับตาหมูเนื้อแดงเป็นหลัก แต่ถ้าร้านทำข้าวขาหมูหรือกับข้าวต้มพะโล้ ก็ต้องมองขาหมูและตับหมูมากกว่า ส่วนร้านที่ขายเมนูซี่โครงตุ๋นหรือซี่โครงอบ ราคาซี่โครงหมูจะเป็นตัวกำหนดต้นทุนต่อจานชัดที่สุด เพราะเนื้อส่วนนี้ให้ภาพรวมของราคาวัตถุดิบได้ตรงกับเมนูจริงมากกว่าดูหมูทั้งก้อน
| ส่วนหมู | ช่วงราคาต่อกก. | ร้านอาหารที่มักดูเป็นหลัก |
|---|---|---|
| หูหมู | 190 บาทต่อกก. | ร้านยำ ร้านต้มแซ่บ ร้านกับแกล้ม |
| หมูเนื้อแดง | 112.5 ถึง 155 บาทต่อกก. | ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว |
| ขาหมู | 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. | ร้านข้าวขาหมู ร้านต้มพะโล้ ร้านตุ๋น |
| ตับหมู | 86 ถึง 118 บาทต่อกก. | ร้านผัดกะเพรา ร้านต้มเลือดหมู ร้านอาหารจานเดียว |
| ซี่โครงหมู | 115 ถึง 175 บาทต่อกก. | ร้านซี่โครงอบ ร้านตุ๋น ร้านเมนูย่าง |
ทำไมราคาหมูสดที่ตลาดไทถึงขึ้นลงไม่เท่ากันในแต่ละวัน
ราคาหมูสดที่ตลาดไทไม่ได้ขยับพร้อมกันทุกวัน เพราะของที่เข้ามาแต่ละรอบไม่เท่ากัน บางวันหมูเข้าเยอะ ร้านค้าปลีกกับร้านอาหารก็เลือกกดราคาได้มากขึ้น แต่ถ้าวันไหนของตึง คนซื้อเยอะ ราคาก็มีโอกาสขยับขึ้นเร็ว โดยเฉพาะช่วงเช้าที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรีบปิดรอบซื้อ
อีกจุดที่ทำให้ ตลาดไท ราคาหมู ดูต่างกันคือเกรดสินค้า หมูเนื้อแดง หมูสามชั้น หรือซี่โครงหมูมีต้นทุนและความต้องการไม่เหมือนกัน ร้านอาหารบางเจ้าเลือกซื้อชิ้นที่แล่พร้อมใช้งานเพื่อลดเวลาทำครัว ส่วนร้านที่ซื้อไปแปรรูปเองอาจมองหาของคละเกรดเพื่อคุมต้นทุน
ช่วงเทศกาลก็เป็นตัวเร่งสำคัญ เช่น วันหยุดยาว สงกรานต์ หรือปีใหม่ ความต้องการวัตถุดิบสำหรับทำอาหารหมู่มากจะเพิ่มขึ้นทันที ทำให้ราคาหมูบางส่วนแกว่งกว่าปกติ นอกจากนี้ค่าขนส่งจากแหล่งเลี้ยงหมูเข้าตลาด และต้นทุนแช่เย็นก็มีผล เพราะถ้ารถเข้าไม่ตรงเวลา ของมาถึงช้าหรือเสียหายบางส่วน ราคาหน้าตลาดมักไม่นิ่ง
สรุปปัจจัยที่ทำให้ราคาหมูสดที่ตลาดไทขึ้นลงไม่เท่ากันในแต่ละวัน
- ปริมาณหมูเข้าแต่ละวัน ของเข้าเยอะ ราคามักอ่อนลง ของเข้าน้อยราคามีแรงดันขึ้น
- ความต้องการซื้อ ร้านอาหาร ร้านเขียง และผู้ค้าส่งแย่งของกันมาก ราคาก็แกว่งตาม
- ช่วงเทศกาลและวันหยุด ออเดอร์เพิ่มแบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงที่คนทำอาหารรวมกลุ่มหรือจัดเลี้ยง
- ต้นทุนขนส่งและการเก็บรักษา ค่าน้ำมัน ค่ารถเย็น และความเร็วในการกระจายสินค้า มีผลต่อราคาหน้าตลาด
- ความต่างของเกรดสินค้า หมูแต่ละส่วนใช้ทำเมนูไม่เหมือนกัน จึงมีช่วงราคาต่างกันชัดเจน

เทียบราคาหมูตลาดกลางกับราคาหมูส่งร้านอาหาร เลือกดูแบบไหนคุ้มกว่า
ถ้าดูตลาดไท ราคาหมู เพื่อเอาไปตัดสินใจซื้อจริง สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือราคาตลาดกลางกับราคาส่งสำหรับร้านอาหาร เพราะสองแบบนี้ไม่ได้ตอบโจทย์เหมือนกัน ตลาดกลางเหมาะกับคนที่ต้องการเช็กราคาอ้างอิงภาพรวมของวัตถุดิบ ส่วนราคาส่งจากแพลตฟอร์มเหมาะกับคนที่ต้องคุมต้นทุนหน้าร้านและต้องซื้อซ้ำเป็นรอบ
ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือร้านข้าวแกงหรือร้านก๋วยเตี๋ยว ถ้าจะซื้อหมูเนื้อแดงไปทำหมูผัดกระเทียมในแต่ละวัน เจ้าของร้านมักไม่ได้ดูแค่ว่าราคาตลาดไทวันนี้เท่าไร แต่จะเทียบกับแหล่งส่งหลายเจ้าเพื่อดูว่าราคาที่รับเข้ามาอยู่ในกรอบต้นทุนที่รับได้หรือไม่ เพราะหมูเนื้อแดงมีช่วงราคาตั้งแต่ 112.5 ถึง 155 บาทต่อกก. และถ้าซื้อไม่พอรอบเดียว ต้นทุนต่อจานจะสะดุดทันที
แต่ถ้าเป็นแม่ค้าตลาดนัดที่ซื้อไปขายต่อแบบไม่ต้องสต็อกนาน การดูราคาตลาดกลางช่วยให้รู้ว่าราคาหน้าบ้านวันนี้ควรตั้งรับไว้ประมาณไหน เช่น ขาหมูมีช่วง 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. ส่วนซี่โครงหมูอยู่ที่ 115 ถึง 175 บาทต่อกก. ช่วงราคาที่กว้างแบบนี้ทำให้เห็นชัดว่าควรดูทั้งแหล่งและคุณภาพ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขต่ำสุดอย่างเดียว
| มุมมองผู้ซื้อ | เหมาะดูอะไร | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ร้านอาหาร | ราคาส่งจากแพลตฟอร์มและราคาที่ซื้อประจำ | คุมต้นทุนต่อจานได้จริง วางแผนสต็อกได้ | อย่าดูแต่ราคาต่ำสุด ต้องเช็กความสม่ำเสมอของคุณภาพ |
| แม่ค้า | ราคาตลาดกลางเป็นหลัก แล้วเทียบราคาส่งประกอบ | ประเมินราคาขายต่อได้ง่าย รู้จังหวะรับของ | ถ้าราคากลางแกว่งมาก ต้องเผื่อกำไรและของเสีย |
| ผู้ประกอบการ | ดูทั้งสองแบบเพื่อคุมงบรวม | เห็นภาพต้นทุนทั้งระบบ ตั้งแต่ซื้อเข้าไปจนถึงขายออก | ถ้าซื้อปริมาณมาก ค่าขนส่งและรอบส่งมีผลมากกว่าที่คิด |
ถ้าคุณซื้อหมูไปทำขายทุกวัน ให้ใช้ราคาตลาดกลางเป็นราคาอ้างอิง แล้วใช้ราคาส่งจากแพลตฟอร์มเป็นตัวตัดสินใจจริงก่อนสั่งของ วิธีนี้ช่วยให้เห็นทั้งภาพรวมและต้นทุนที่จ่ายออกไปจริง ไม่หลงกับราคาที่ถูกแค่บางช่วง
เช็คราคาหมูเชิงปฏิบัติสำหรับร้านอาหารที่ซื้อของทุกวัน
ถ้าร้านอาหารซื้อหมูทุกวัน วิธีเช็คราคาที่ใช้ได้จริงไม่ใช่ดูแค่ป้ายหน้าร้านอย่างเดียว แต่ต้องมีราคาอ้างอิงกลางไว้ก่อน เช่น ราคาหมูเนื้อแดงที่ตอนนี้อยู่ที่ 112.5 ถึง 155 บาทต่อกก. หรือซี่โครงหมูที่อยู่ที่ 115 ถึง 175 บาทต่อกก. แล้วค่อยเทียบกับเจ้าประจำที่โทรถามทุกเช้า
เวลาเช็คราคาแบบงานครัว ผมแนะนำให้ดู 3 จุดพร้อมกัน คือ ราคากลางจากหลายแหล่ง ราคาที่ตลาดไทหรือแผงที่ซื้อประจำแจ้งมา และราคาที่เคยซื้อจริงในบิลก่อนหน้า เพราะบางวันของสดเข้าเยอะ ราคาจะอ่อน แต่ถ้าของตึงหรือสเปกสวย ราคาจะขยับขึ้นทันที
วิธีใช้ให้คุมต้นทุนได้จริงในร้านอาหาร
- โทรถามให้ตรงสเปก อย่าถามแค่ว่าหมูโลละเท่าไร ให้ระบุส่วนหมู เกรด และจำนวนที่รับ เช่น ใช้ทำหมูทอดหรือหมูแดง เพราะราคาต่างกันมาก
- เทียบอย่างน้อย 2–3 แหล่ง ถ้าร้านซื้อประจำที่ตลาดไท ให้เทียบกับแหล่งอื่นที่มีราคาใกล้เคียงกัน จะรู้ทันทีว่าราคาวันนั้นแพงกว่าปกติหรือยังอยู่ในช่วงรับได้
- จดเป็นต้นทุนต่อเมนู อย่าจดแค่ราคาต่อกก. ให้แตกเป็นต้นทุนต่อจาน เช่น หมูเนื้อแดง 1 กก. ใช้ได้กี่จาน แล้วบันทึกไว้ทุกวัน จะช่วยตั้งราคาขายไม่หลุด
- เช็คซ้ำก่อนสั่งของเยอะ ถ้าวันไหนจะรับของล็อตใหญ่ ควรถามซ้ำก่อนปิดออเดอร์ เพราะราคาหมูสดเปลี่ยนได้ระหว่างเช้าและสาย
ตัวอย่างที่เจอบ่อยในครัวจริงคือ วันจันทร์ราคาดูนิ่ง แต่พอถึงรอบสั่งของร้านอาหารหลายร้านพร้อมกัน ราคาหมูบางส่วนจะขยับขึ้น ถ้าไม่จดต้นทุนไว้ ร้านจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนกำไรหาย

