ราคาหมู กก ละวันนี้เท่าไหร่ สรุปให้ใน 1 นาที
สรุปสั้น
ถ้าถามแบบสั้นที่สุด ราคาหมู กก ละ วันนี้ไม่ได้มีราคาเดียว เพราะแต่ละส่วนต่างกันตามความหนาแน่นของเนื้อ ไขมัน และการใช้งานในครัว ร้านอาหารที่ซื้อวัตถุดิบจริงมักดูเป็นส่วนมากกว่าจะดูทั้งตัวหมูทีเดียว ภาพรวมวันนี้ หูหมูอยู่ที่ 190 บาทต่อกก. ขาหมูอยู่ที่ 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. ตับหมูอยู่ที่ 86 ถึง 118 บาทต่อกก. หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 110 ถึง 155 บาทต่อกก. และซี่โครงหมูอยู่ที่ 115 ถึง 179 บาทต่อกก. ถ้าจะเอาไปคิดต้นทุนเร็วๆ เมนูต้มและตุ๋นมักเริ่มจากขาหมู ส่วนเมนูผัดหรือหมูทอดจะมองหมูเนื้อแดงเป็นหลัก ร้านที่ทำกับข้าวขายหน้าร้านจริงมักเช็กช่วงราคาหลายแหล่งก่อน เพราะต่างกันพอให้ต้นทุนต่อจานขยับได้
- ราคาถูกที่สุดวันนี้
- 43.89 บาท/กก. ที่ Makro PRO
- ช่วงราคา
- 43.89 ถึง 190 บาท/กก.
- เปรียบเทียบจาก
- 8 แหล่ง 5 รายการ
- อัปเดตล่าสุด
- 2026-06-23
| สินค้า | Freshket | กรมการค้าภายใน (ราคาปลีก) | GO Wholesale (Central Food) | Makro PRO | ตลาดสี่มุมเมือง | ตลาดล้านเมือง (เชียงราย) | TrueID Food (ราคาอาหารสด) | ตลาดไท |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| หูหมู (กก.) | 190 | - | - | - | - | - | - | - |
| หมูเนื้อแดง (กก.) | - | 155 | 124 | 110 | 112.5 | 130 | 137.5 | - |
| ขาหมู (กก.) | 123 | - | - | 43.89 | 65 | - | - | 75 |
| ตับหมู (กก.) | 118 | - | 110 | - | 90 | - | 86 | - |
| ซี่โครงหมู (กก.) | 179 | - | 150 | 140 | 117.5 | 115 | 137.5 | - |
ราคาหมูวันนี้แยกตามส่วนที่ร้านอาหารใช้บ่อย
ถ้าร้านอาหารกำลังเช็กราคาหมู กก ละเพื่อวางต้นทุน วันนี้แต่ละส่วนต่างกันชัดเจนมาก โดยส่วนที่เห็นช่วงราคากว้างสุดมักเป็นขาหมูและซี่โครงหมู เพราะคุณภาพและแหล่งขายมีผลต่อราคามาก ส่วนที่คุมต้นทุนง่ายกว่าอย่างหมูเนื้อแดงก็มักถูกหยิบไปใช้ในเมนูประจำวัน เช่น ผัดกระเพรา หมูผัดขิง หรือหมูทอด
จากข้อมูลล่าสุด หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 110 ถึง 155 บาทต่อกก. ขาหมู 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. ตับหมู 86 ถึง 118 บาทต่อกก. ซี่โครงหมู 115 ถึง 179 บาทต่อกก. และหูหมู 190 บาทต่อกก. ตัวเลขพวกนี้ช่วยให้คนทำครัวเห็นภาพว่า ถ้าจะคุม food cost จริง ต้องเลือกให้ตรงเมนู ไม่ใช่ดูแค่คำว่าหมูเหมือนกันแล้วคิดว่าใช้แทนกันได้
ในงานครัวร้านอาหาร ผมมองว่าการเลือกซื้อควรดูทั้งราคาและลักษณะการใช้งาน เช่น หมูเนื้อแดงเหมาะกับเมนูที่ต้องการเนื้อเยอะและหั่นง่าย ขาหมูเหมาะกับตุ๋นพะโล้หรือข้าวขาหมู ตับหมูต้องดูความสดเป็นพิเศษเพราะเสียคุณภาพไว ซี่โครงหมูเหมาะกับต้ม แกง หรืออบ ส่วนหูหมูมักใช้ในเมนูยำ ลวกจิ้ม หรือกับแกล้มที่ต้องการสัมผัสกรุบเด้ง
| ส่วนหมู | ช่วงราคา | เหมาะกับเมนู |
|---|---|---|
| หมูเนื้อแดง | 110 ถึง 155 บาทต่อกก. | ผัดกระเพรา หมูทอด หมูผัดขิง |
| ขาหมู | 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. | ข้าวขาหมู พะโล้ ตุ๋น |
| ตับหมู | 86 ถึง 118 บาทต่อกก. | ผัดตับ ต้มเลือดหมู ลวกจิ้ม |
| ซี่โครงหมู | 115 ถึง 179 บาทต่อกก. | ต้ม แกง อบ ซี่โครงย่าง |
| หูหมู | 190 บาทต่อกก. | ยำ ลวกจิ้ม กับแกล้ม |
มุมมองเลือกซื้อที่ใช้ได้จริงในร้านอาหาร
- ถ้าต้องคุมต้นทุนรายวัน เริ่มดูหมูเนื้อแดงก่อน เพราะเอาไปแตกเมนูได้หลายแบบและคุมปริมาณต่อจานง่าย
- ถ้าทำเมนูตุ๋นหรือเคี่ยว ขาหมูเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ควรเช็กลักษณะเนื้อและมันให้เหมาะกับสไตล์ร้าน ไม่ใช่ดูราคาถูกอย่างเดียว
- ถ้าขายเมนูสดใหม่ ตับหมูต้องซื้อให้พอดีรอบขาย เพราะของสดค้างนานแล้วคุณภาพตกเร็ว
- ถ้าต้องการเมนูที่ชูวัตถุดิบ ซี่โครงหมูและหูหมูเหมาะกับร้านที่เน้นรสสัมผัสและภาพลักษณ์เมนูมากกว่าปริมาณเนื้อ
ถ้าร้านคุณมีเมนูหมูหลายแบบ แนะนำแยกเช็กราคาตามส่วนทุกครั้งก่อนสั่งของ เพราะบางช่วงส่วนที่ดูเหมือนแพงอาจคุ้มกว่าเมื่อคิดเป็นต้นทุนต่อจานจริง
ราคาหมูสดกับต้นทุนร้านอาหาร ควรดูอะไรนอกจากราคาต่อกิโล
เวลาคุมต้นทุนร้านอาหาร อย่ามองแค่ราคาหมู กก ละอย่างเดียว เพราะของที่เห็นว่าถูก อาจมีน้ำหนักสูญเสียเยอะจากการตัดแต่ง เอามัน เอาหนัง หรือเลาะเอ็นออก พอชั่งจริงแล้วต้นทุนต่อจานอาจสูงกว่าที่คิด
ตัวอย่างเช่น ร้านข้าวราดแกงที่ใช้หมูเนื้อแดง ถ้าซื้อชิ้นที่ตัดแต่งมาดีจากแหล่งที่ราคาชัดเจนอย่าง Makro PRO ช่วง 110 ถึง 155 บาทต่อกก. จะคุมสูตรได้ง่ายกว่า แต่ถ้ารับของชิ้นใหญ่ที่ต้องเสียเวลาหั่นและทิ้งเศษมาก ต้นทุนแรงงานกับของเสียจะกินกำไรเงียบๆ
อีกจุดที่ควรดูคือความสดและความเหมาะกับเมนู หมูบางส่วนอย่างตับหมูที่มีช่วง 86 ถึง 118 บาทต่อกก. จาก TrueID Food (ราคาอาหารสด) เหมาะกับร้านที่หมุนของเร็ว ส่วนซี่โครงหมูช่วง 115 ถึง 179 บาทต่อกก. จากตลาดล้านเมือง (เชียงราย) จะเหมาะกับร้านที่ทำเมนูตุ๋นหรือย่างและใช้วัตถุดิบหมดเป็นรอบๆ มากกว่า
ถ้าร้านใช้หมูทุกวัน ให้คิดต้นทุนเป็น 3 ชั้น คือ ราคาซื้อจริง น้ำหนักที่ใช้ได้จริง และรอบการขายจริง เพราะบางครั้งของที่แพงกว่านิดหน่อยกลับคุ้มกว่า หากตัดแต่งง่าย สดกว่า และลดของเสียได้เยอะ
เรื่องแหล่งซื้อก็สำคัญ ร้านเล็กที่ใช้ไม่เยอะอาจเหมาะกับการซื้อแบบคละรายการจากแหล่งเดียวเพื่อลดเวลารับของ แต่ร้านที่ใช้ปริมาณมากควรแยกซื้อเป็นส่วนๆ ตามเมนู เช่น หูหมูราคา 190 บาทต่อกก. จาก Freshket อาจเหมาะกับร้านที่ขายเฉพาะเมนูหมูแปรรูปหรือกับแกล้ม ขณะที่ร้านที่เน้นเมนูหลักควรโฟกัสหมูเนื้อแดงหรือขาหมูที่มีช่วงราคาให้เลือกตามต้นทุนและคุณภาพ
สรุปคือการดูราคาหมู กก ละช่วยให้เริ่มเทียบได้ แต่การตัดสินใจซื้อที่ดีต้องดูว่าหมูส่วนนั้นเสียเนื้อเท่าไหร่ เก็บได้นานแค่ไหน และขายหมดเร็วแค่ไหน ถ้าคิดครบ ร้านจะคุมต้นทุนได้แม้ราคาหมูขึ้นลง

ราคาหมู กก ละขึ้นหรือลง และควรตีความยังไง
ถ้าดูคำว่า ราคาหมู กก ละ แบบไม่รีบสรุปจากตัวเลขเดียว สิ่งสำคัญคืออย่ามองแค่ว่าถูกหรือแพง แต่ให้ดูว่าเป็นหมูส่วนไหน แหล่งขายไหน และเป็นเกรดสำหรับใช้งานแบบใด เพราะราคาที่เห็นต่างกันได้มากจากช่วงชั้นสินค้าและต้นทุนหน้าร้าน
ตัวอย่างชัดๆ คือ หมูเนื้อแดงในตลาดหนึ่งอาจอยู่ที่ 110 ถึง 155 บาทต่อกก. แต่ขาหมูอาจเห็นตั้งแต่ 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. ส่วนซี่โครงหมูอยู่ที่ 115 ถึง 179 บาทต่อกก. ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้แปลว่าราคาทั้งตลาดกำลังขึ้นหรือลงพร้อมกัน แต่สะท้อนว่าคนขายเลือกตัดแต่งคนละแบบ และร้านอาหารก็ซื้อไปใช้คนละเมนู
ถ้าเป็นร้านอาหาร ควรตีความราคาหมู กก ละ แบบเทียบกับเมนูจริง เช่น หมูเนื้อแดงเหมาะกับผัดกะเพรา หมูทอด หรือหมูสไลซ์ ส่วนตับหมูและหูหมูมักมีรอบการใช้ต่างกันมาก การเห็นราคาต่ำสุดจากแหล่งหนึ่งจึงไม่ได้หมายความว่าซื้อได้ทุกวันในคุณภาพเดียวกัน ต้องดูปริมาณที่รับได้ เงื่อนไขส่ง และความสม่ำเสมอของชิ้นเนื้อด้วย
อีกจุดที่ร้านมักพลาดคือเอาราคาต่อกิโลไปเทียบตรงๆ ทั้งที่ต้นทุนจริงยังมีเรื่องน้ำหนักสูญเสียจากการแต่งมัน หนัง กระดูก และการแล่ชิ้น ถ้าซื้อซี่โครงหมูหรือขาหมู ราคาต่อกิโลอาจดูไม่สูงมาก แต่พอคิดเป็นต้นทุนต่อจานจริงอาจต่างจากหมูเนื้อแดงพอสมควร
| ส่วนหมู | ช่วงราคา | แหล่งที่ถูกสุดที่พบ |
|---|---|---|
| หมูเนื้อแดง | 110 ถึง 155 บาทต่อกก. | Makro PRO |
| ขาหมู | 43.89 ถึง 123 บาทต่อกก. | Makro PRO |
| ตับหมู | 86 ถึง 118 บาทต่อกก. | TrueID Food (ราคาอาหารสด) |
| ซี่โครงหมู | 115 ถึง 179 บาทต่อกก. | ตลาดล้านเมือง (เชียงราย) |
| หูหมู | 190 บาทต่อกก. | Freshket |

วิธีเช็กราคาหมู กก ละก่อนสั่งซื้อให้คุมต้นทุนได้จริง
เวลาจะเช็กราคาหมู กก ละก่อนสั่งซื้อ อย่าดูแค่ตัวเลขหน้าร้านอย่างเดียว ให้ดูว่าเป็นหมูส่วนไหน เกรดไหน และมีสัญญาซื้อประจำหรือไม่ เพราะราคาหน้ากระดาษถูกอาจกลายเป็นต้นทุนจริงที่แพงกว่าได้ถ้าของหดเยอะหรือมีมันกับเอ็นเยอะเกิน
ถ้าร้านใช้หมูเนื้อแดงเป็นหลัก ควรเทียบจากหลายแหล่งแล้วดูช่วงราคาที่ได้จริง เช่น หมูเนื้อแดงตอนนี้อยู่ที่ 110 ถึง 155 บาทต่อกก. จาก Makro PRO ซึ่งช่วยให้เห็นว่าราคาที่ต่างกันไม่ได้มาจากของเหมือนกันเสมอไป แต่ต่างกันที่แหล่งขายและเงื่อนไขการซื้อ
วิธีเช็กให้คุมต้นทุนได้จริงก่อนกดสั่ง
- เทียบให้ตรงส่วนที่ใช้จริง ถ้าทำกะเพรา หมูสับ หรือผัดกระเทียม ให้เทียบหมูเนื้อแดง ไม่ใช่ดูขาหมูหรือซี่โครง เพราะเอามาคิดต้นทุนแทนกันไม่ได้
- ดูราคาต่อกิโลกับอัตราเสียหลังเตรียม ร้านที่แล่เองควรถามให้ชัดว่ามีมัน หนัง หรือเอ็นติดมามากแค่ไหน เพราะของถูกแต่ต้องตัดทิ้งเยอะ ต้นทุนจริงจะสูงขึ้น
- เช็กขั้นต่ำในการสั่งและค่าขนส่ง บางแหล่งราคาดีแต่ต้องสั่งเยอะ ถ้าร้านเล็กสั่งไม่ถึงขั้นต่ำ ต้นทุนต่อกิโลอาจแพงกว่าร้านที่ดูเหมือนขายแพงกว่า
- เทียบราคาเป็นรอบ ไม่ใช่ดูวันเดียว ราคาหมู กก ละมีแกว่งตามช่วงซื้อของและแหล่งขาย ควรจดไว้ 3–5 รอบ จะเห็นว่าเจ้าประจำคุ้มหรือไม่
- ดูความสม่ำเสมอของของที่ได้ สำหรับร้านอาหาร ความนิ่งสำคัญพอๆ กับราคาถูก เพราะถ้าของคุณภาพแกว่ง เมนูจะคุมรสและคุมต้นทุนยาก
ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าร้านขายข้าวหมูทอดใช้หมูเนื้อแดงเป็นหลัก การเจอราคาถูกสุดไม่ได้แปลว่าต้องรีบซื้อทันที ให้ลองคำนวณจากของที่ใช้ได้จริงต่อจานก่อน ถ้าของบางเจ้าแล่มาไม่สวยหรือมีส่วนทิ้งมาก ต่อให้ราคาต่อกิโลต่ำกว่า ก็อาจไม่คุ้มเท่าร้านที่ราคาอยู่ในช่วงกลางแต่ได้ของนิ่งกว่า
อีกจุดที่คนซื้อของมักพลาดคือซื้อเพราะเห็นราคาหมูวันนี้ถูก แต่ไม่ได้ดูว่าเมนูร้านใช้หมูส่วนไหนเป็นหลัก เช่น ตับหมูตอนนี้อยู่ที่ 86 ถึง 118 บาทต่อกก. จาก TrueID Food (ราคาอาหารสด) ถ้าร้านขายกะเพราคั่วตับหรือเมนูเครื่องใน ก็ควรเทียบกับส่วนนี้โดยตรง ไม่ใช่เอาหมูเนื้อแดงมาเป็นฐาน
สรุปคือให้เช็กราคาหมู กก ละจากส่วนที่ใช้จริง ดูของที่ได้จริง และคิดรวมต้นทุนแฝงก่อนสั่งทุกครั้ง แบบนี้จะช่วยคุมกำไรได้ดีกว่าดูราคาเพียงตัวเดียว
