วิธีเก็บหมูกรอบที่ทอดแล้ว แบบสรุปสั้นๆ
สรุปสั้น
วิธีเก็บหมูกรอบที่ทอดแล้วให้กรอบนานที่สุด คือแยกหนังกับเนื้อออกจากความชื้นให้มากที่สุด แล้วพักให้เย็นสนิทก่อนเก็บ ถ้าจะกินวันถัดไปให้ห่อหลวมๆ หรือใส่กล่องที่ไม่อับ แล้วแช่ตู้เย็น ส่วนถ้าจะเก็บนานขึ้นให้แบ่งเป็นชิ้นพอดีใช้ แช่เย็นหรือแช่แข็งแยกกัน และค่อยอุ่นด้วยเตาอบ หม้อทอดลมร้อน หรือกระทะแห้งก่อนเสิร์ฟ ไม่แนะนำให้เก็บรวมกับน้ำราด เพราะหมูกรอบจะนิ่มเร็วมาก
ถ้าเป็นหมูกรอบที่ทำไว้ขายหรือทำกินเองในบ้าน วิธีที่เวิร์กที่สุดคือปล่อยให้เย็นจริงก่อน แล้วค่อยเก็บ เพราะความร้อนที่ค้างอยู่จะกลายเป็นไอน้ำไปเกาะที่หนังหมู ทำให้กรอบหายเร็ว แบบที่เจอบ่อยคือทอดเสร็จแล้วรีบปิดฝา พอเปิดมาอีกทีหนังชื้นทันที
ถ้าจะกินพรุ่งนี้ ยังไม่ต้องแช่แข็ง แค่แช่ตู้เย็นและแยกจากน้ำซอสก็พอ เวลาจะกินให้อุ่นด้วยไฟแห้งประมาณสั้นๆ ให้ผิวกลับมากรอบ ไม่ควรอุ่นจนร้อนจัดเกินไปเพราะไขมันจะออกมาเยอะและหนังจะแข็งแทนที่จะกรอบ
ถ้าต้องเก็บหลายวัน ให้หั่นเป็นชิ้นพอดีใช้ แยกมื้อ แล้วแช่แข็งไว้ วิธีนี้ช่วยลดการเอาออกมาอุ่นซ้ำหลายรอบ ซึ่งเป็นตัวการทำให้หมูกรอบเหม็นหืนและเสียสัมผัสเร็วที่สุด
เก็บหมูกรอบในตู้เย็นยังไงให้ไม่แฉะ
ถ้าจะเก็บหมูกรอบในตู้เย็นให้ไม่แฉะ สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ารีบปิดกล่องตอนยังร้อน เพราะไอน้ำจะกลายเป็นหยดน้ำเกาะที่หนังหมู แล้วความกรอบหายเร็วมาก วิธีที่ทำแล้วได้ผลจริงคือพักหมูกรอบบนตะแกรงให้หายร้อนก่อน อย่างน้อยจนจับแล้วไม่อุ่นจัด
พอหมูกรอบเย็นแล้ว ให้ซับผิวด้านนอกเบาๆ ถ้ามีน้ำมันซึมออกมา จากนั้นห่อด้วยกระดาษซับมันหรือกระดาษรองอาหาร 1 ชั้น แล้วค่อยใส่กล่องที่ปิดสนิท วิธีนี้ช่วยลดความชื้นสะสมได้ดีกว่าการใส่กล่องตรงๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นหมูกรอบชิ้นหนาแบบที่ซื้อมาเป็นกิโล
ถ้าเป็นร้านอาหารหรือทำกินที่บ้านหลายมื้อ แนะนำแยกเก็บเป็นชิ้นพอดีใช้ อย่าอัดแน่นจนชิ้นหมูทับกัน เพราะส่วนที่โดนทับจะนิ่มง่าย เวลาจะเอาออกมาอุ่นก็หยิบเท่าที่ใช้จริง จะช่วยให้หมูกรอบที่เหลือไม่โดนเปิดปิดตู้เย็นบ่อยจนรับความชื้น
ข้อควรเลี่ยงที่ทำให้หมูกรอบแฉะเร็ว มีหลักๆ แบบนี้
- อย่าเก็บตอนยังอุ่น ไอน้ำจะค้างในกล่อง ทำให้หนังหมูนิ่ม
- อย่าใช้ถุงปิดแน่นเกินไป ถ้าข้างในยังมีความร้อนอยู่ ความชื้นจะยิ่งสะสม
- อย่าวางปะปนกับของมีกลิ่นแรง หมูกรอบดูดกลิ่นง่าย โดยเฉพาะในตู้เย็นที่มีของทะเลหรือของหมักดอง
- อย่าราดน้ำจิ้มไว้ก่อนเก็บ ถ้าจะเก็บค้างคืนควรแยกน้ำจิ้มออกต่างหาก ไม่งั้นหนังจะชื้นเร็ว
ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือทอดหมูกรอบไว้ตอนเย็น แล้วอยากเก็บไว้ขายหรือกินมื้อถัดไป ถ้ารีบตัดใส่กล่องเลย พอเปิดตอนเช้าหนังจะนิ่มเหมือนอบไอน้ำ แต่ถ้าพักให้เย็นก่อน ห่อกระดาษซับมัน แล้วค่อยแช่ตู้เย็น รสสัมผัสจะดีกว่าชัดเจน
ก่อนเอาออกมากิน แค่เอาไปอุ่นในหม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาอบสั้นๆ ก็ช่วยดึงความกรอบกลับมาได้ระดับหนึ่ง แต่จุดเริ่มต้นยังอยู่ที่การเก็บให้ถูกตั้งแต่แรก ถ้าเก็บดีตั้งแต่คืนแรก หมูกรอบจะไม่เหม็นหืนง่ายและไม่เสียเนื้อสัมผัสเร็ว

หมูกรอบแช่แข็ง กับเก็บหมูกรอบค้างคืน แบบไหนเหมาะกว่า
| วิธีเก็บ | อยู่ได้นานแค่ไหน | ความกรอบหลังอุ่น | เหมาะกับกรณีไหน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| แช่เย็นค้างคืน | ประมาณ 1 คืน ถึง 2 วัน | ยังพอกรอบได้ถ้าอุ่นถูกวิธี แต่ผิวมักนิ่มลงบ้าง | ทำกินต่อเร็วๆ เช่น เหลือจากร้านหรือทำไว้สำหรับมื้อถัดไป | ต้องพักให้เย็นก่อนเก็บ ไม่งั้นไอน้ำจะทำให้แฉะ |
| แช่แข็ง | หลายวันถึงเป็นสัปดาห์ | กรอบยากกว่าแช่เย็น แต่ช่วยยืดอายุได้ดี | ทำเผื่อหลายมื้อ หรือซื้อหมูกรอบมาเยอะแล้วกินไม่หมด | ต้องแพ็กแน่น ลดอากาศเข้า และละลายให้ถูกวิธี |
| กินทันทีหลังทอด | ดีที่สุด | กรอบที่สุด | ทำเสร็จแล้วจะเสิร์ฟเลย | ไม่ต้องเก็บ แต่ควรผึ่งสะเด็ดน้ำมันสักครู่ก่อนหั่น |
ถ้าถามแบบใช้งานจริง หมูกรอบที่ทอดแล้วเหมาะกับการเก็บในตู้เย็นมากกว่าในกรณีที่ตั้งใจกินต่อเร็วๆ เช่น เหลือจากมื้อเย็นแล้วจะเอามาอุ่นกินตอนเช้า แบบนี้เนื้อยังไม่เสียรสง่ายและยังมีโอกาสรักษาความกรอบได้ดีกว่าแช่แข็ง
แต่ถ้าเป็นหมูกรอบที่ทำเผื่อหลายมื้อ หรือซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แล้วรู้ว่ากินไม่หมดใน 1–2 วัน การแช่แข็งจะคุ้มกว่า เพราะช่วยยืดอายุได้มากกว่า เพียงแต่ต้องยอมรับว่าพอเอามาอุ่นใหม่ ผิวหมูจะไม่กรอบเท่าของสดจากกระทะ
ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือร้านข้าวหมูกรอบที่ทำรอบเย็น ถ้าจะขายต่อเช้าแรกมักแช่เย็นไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาอุ่นในเตาอบหรือหม้อทอดลมร้อน ส่วนบ้านที่ซื้อหมูกรอบจากตลาดมาเป็นกิโล ถ้ารู้ว่าจะกินไม่ทันจริงๆ ก็ควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ แล้วแช่แข็งทันที จะลดการเปิดปิดถุงบ่อยและลดกลิ่นหืนได้ดีกว่า
ถ้าเน้นกรอบนานที่สุด ให้เลือกแช่เย็นสำหรับกินใน 1–2 วัน แต่ถ้าเก็บเกินนั้นควรแช่แข็งทันที แล้วค่อยอุ่นใหม่ด้วยไฟแรงหรือหม้อทอดลมร้อน จะดีกว่าทิ้งไว้ค้างคืนแบบไม่ปิดถุง เพราะความชื้นทำให้หมูกรอบนิ่มและเหม็นหืนง่าย
วิธีอุ่นหมูกรอบให้กรอบอีกครั้ง
ถ้าจะอุ่นหมูกรอบให้กลับมากรอบอีกครั้ง วิธีที่เวิร์กสุดคือเลือกความร้อนให้พอดี ไม่ใช่เร่งไฟแรงจนหนังไหม้แต่เนื้อยังเย็นอยู่ จากที่เจอในครัวจริง หมูกรอบที่แช่ตู้เย็นข้ามคืนมักจะชื้นที่ผิว พออุ่นผิดวิธีจะนิ่มเร็วมาก
หลักง่ายๆ คือแยกให้ชัดว่าต้องการแค่อุ่นให้ร้อน หรืออยากให้กรอบกลับมา ถ้าแค่อุ่นกินกับข้าวต้มใช้ไมโครเวฟได้ แต่ถ้าเป็นข้าวหมูกรอบหรือทำขายต่อ ควรใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน เตาอบ หรือกระทะแห้งมากกว่า
| วิธีอุ่น | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| หม้อทอดไร้น้ำมัน | หนังกลับมากรอบเร็ว ใช้น้ำมันน้อย | ถ้าอุณหภูมิสูงไปเนื้อจะแห้ง | อุ่นกินทันที 1–2 ชิ้น |
| เตาอบ | ความร้อนสม่ำเสมอ กรอบได้ทั้งชิ้น | ใช้เวลานานกว่า ต้องรอวอร์มเตา | อุ่นหลายชิ้นพร้อมกัน |
| กระทะ | คุมไฟได้ดี ถ้าต้องการผิวกรอบเฉพาะด้าน | ต้องระวังน้ำมันกระเด็นและไหม้ง่าย | คนที่อยากได้กลิ่นหอมแบบทอดซ้ำ |
| ไมโครเวฟ | เร็วที่สุด สะดวกตอนรีบ | หนังนิ่มง่ายที่สุด | อุ่นกินด่วน ไม่เน้นความกรอบ |
ถ้าใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน แนะนำอุ่นที่ไฟกลางราว 160–180 องศาเซลเซียส ประมาณ 3–5 นาที แล้วค่อยเช็กอีกที ถ้าชิ้นหนาให้หั่นก่อนอุ่นเล็กน้อย จะช่วยให้ความร้อนเข้าเนื้อและหนังไวขึ้น
เตาอบเหมาะกับร้านที่ต้องอุ่นหลายชิ้นพร้อมกัน วางหมูกรอบบนตะแกรงหรือถาดที่ยกให้ลมผ่านได้ จะช่วยไม่ให้ด้านล่างอับชื้น ส่วนกระทะให้ใช้ไฟอ่อนถึงกลางและไม่ต้องใส่น้ำมันเยอะ เพราะน้ำมันมากเกินไปจะทำให้หนังดูมันแต่ไม่กรอบ
ไมโครเวฟควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เว้นฝาไม่ปิดสนิทและอุ่นสั้นๆ ทีละรอบ จะลดโอกาสที่หมูกรอบจะเหนียวเหมือนนึ่ง
ทริกที่ช่วยได้จริงคือซับผิวหมูกรอบให้แห้งก่อนอุ่น และอย่าอุ่นซ้ำหลายรอบ เพราะยิ่งผ่านความร้อนหลายครั้ง หนังยิ่งสูญเสียความกรอบเร็ว

หมูกรอบไม่กรอบแก้ยังไง และข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
หมูกรอบไม่กรอบ ส่วนใหญ่ไม่ได้พังตั้งแต่ทอด แต่พังตอนเก็บและตอนอุ่นนี่แหละ เจอบ่อยสุดคือรีบปิดกล่องทั้งที่หมูยังอุ่นอยู่ พอไอน้ำขัง หนังจะนิ่มทันที แบบที่ตั้งใจจะเก็บไว้กินพรุ่งนี้ แต่เช้ามาเปิดกล่องแล้วกลายเป็นหมูสามชั้นนิ่มๆ ไปเลย
อีกจุดที่พลาดกันบ่อยคือใช้กล่องปิดสนิทเกินไปโดยไม่รองกระดาษซับมัน หรือวางซ้อนกันหลายชิ้นจนความชื้นจากเนื้อและหนังวนอยู่ในกล่อง วิธีแก้คือพักให้หายร้อนก่อน แล้วค่อยเก็บในภาชนะที่มีช่องให้อากาศระบายได้บ้าง ถ้าจะเข้าตู้เย็นให้แยกหนังกับน้ำมันส่วนเกินออกก่อน
ถ้าหมูกรอบเริ่มไม่กรอบแล้ว อย่าเพิ่งโทษว่าทอดไม่ดีเสมอไป ลองเช็ก 3 จุดก่อน คือ เก็บตอนร้อนหรือไม่ กล่องอับเกินไปหรือไม่ และอุ่นด้วยไมโครเวฟตรงๆ หรือเปล่า เพราะสามอย่างนี้ทำให้หนังนิ่มได้เร็วมาก
วิธีแก้หมูกรอบไม่กรอบให้กลับมากินได้ใกล้เคียงเดิม
- อุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันหรือเตาอบ วางหมูกรอบให้หนังโดนลมร้อนโดยตรง อุ่นสั้นๆ แล้วคอยเช็ก อย่าอุ่นนานจนเนื้อแห้ง
- ใช้กระทะแห้งช่วยไล่ความชื้น ถ้าต้องการแก้เฉพาะหน้าก่อนเสิร์ฟ ให้ตั้งกระทะไฟอ่อนถึงกลาง วางด้านหนังลงสักครู่เพื่อดึงความกรอบกลับมา
- ซับน้ำมันและความชื้นก่อนเก็บ ถ้าชิ้นไหนมีน้ำมันเยิ้มมาก ให้ซับออกก่อนเก็บ เพราะน้ำมันและไอน้ำทำให้หนังนิ่มเร็ว
- แยกชิ้นที่หนังยังดีออกจากชิ้นที่เริ่มชื้น เวลาเก็บหลายมื้อ ชิ้นที่หนังเริ่มนิ่มจะพาความชื้นไปทั้งกล่อง ควรแยกเก็บต่างหาก
อีกข้อผิดพลาดคืออุ่นผิดวิธี เช่น เอาเข้าไมโครเวฟตรงๆ เพราะหนังจะนิ่มเร็วมาก ต่อให้เนื้อข้างในยังร้อนดี แต่ผิวจะเสียสัมผัสไปเลย ถ้าจำเป็นต้องใช้ไมโครเวฟจริงๆ ให้ใช้แค่อุ่นเนื้อช่วงสั้นๆ แล้วค่อยเอาไปทำให้กรอบต่อด้วยหม้อทอดหรือกระทะ
สรุปง่ายๆ ถ้าหมูกรอบไม่กรอบ ให้ย้อนกลับไปดูตั้งแต่ขั้นเก็บ เพราะวิธีเก็บหมูกรอบที่ทอดแล้วจะได้ผลจริงก็ต่อเมื่อปล่อยให้เย็นก่อน เก็บไม่อับ และอุ่นให้ถูกทาง ไม่งั้นต่อให้เลือกหมูดีแค่ไหนก็เสียความกรอบได้อยู่ดี
- ราคาถูกที่สุดวันนี้
- 2.92 บาท/กก. ที่ ตลาดล้านเมือง (เชียงราย)
- ช่วงราคา
- 2.92 ถึง 575 บาท/กก.
- เปรียบเทียบจาก
- 9 แหล่ง 22 รายการ
- อัปเดตล่าสุด
- 2026-07-18
| สินค้า | กรมการค้าภายใน (ราคาปลีก) | Freshket | ตลาดสี่มุมเมือง | ตลาดไท | Makro PRO | TrueID Food (ราคาอาหารสด) | ราชาไข่ไก่ (สุนทรฟาร์ม) | ตลาดล้านเมือง (เชียงราย) | GO Wholesale (Central Food) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตีนไก่ (กก.) | 85 | 99 | 70 | 72.5 | - | - | - | - | - |
| ตับไก่ (กก.) | - | 112 | - | - | 109 | - | - | - | - |
| ไก่บด (กก.) | - | 69 | - | - | 70 | - | - | - | - |
| สันในไก่ (กก.) | - | 105 | 85 | 87.5 | 99 | - | - | - | - |
| สะโพกไก่ (กก.) | 95 | 104 | 90 | 80 | 102 | 85 | - | - | - |
| ไข่ไก่ เบอร์ 1 (ฟอง) | 4.7 | 4.63 | 4.55 | - | 4.7 | 4.17 | 4.1 | 4.47 | - |
| ไข่ไก่ เบอร์ 2 (ฟอง) | 4.4 | 4.33 | 4.15 | - | 4.33 | 3.92 | 3.9 | 4.15 | - |
| ไข่ไก่ เบอร์ 5 (ฟอง) | 3.65 | - | - | - | - | - | 3.6 | 2.92 | - |
| ไข่เป็ด (ฟอง) | 5.85 | - | 5.1 | - | - | 4.5 | - | 4.47 | - |
| ไข่เค็ม (ฟอง) | - | - | 7 | - | - | - | - | 7.5 | - |
| ปลาดุก (กก.) | 65 | 94 | 67.5 | - | 58 | 90 | - | - | - |
| ปลาทู (กก.) | 115 | 145 | 110 | 120 | - | - | - | 120 | - |
| ปลากะพง (กก.) | 170 | 200 | 215 | 170 | 125 | 170 | - | 265 | - |
| ปลาช่อน (กก.) | 180 | 175 | 140 | - | - | 105 | - | - | - |
| ปลานิล (กก.) | 75 | 105 | 45 | 39 | - | 47.5 | - | - | - |
| หูหมู (กก.) | - | 190 | - | - | - | - | - | - | - |
| หมูเนื้อแดง (กก.) | 155 | - | 117.5 | - | 123 | 137.5 | - | 130 | 122 |
| ขาหมู (กก.) | - | 123 | 67.5 | 75 | 43.89 | - | - | - | - |
| ตับหมู (กก.) | - | 122 | 90 | - | - | 86 | - | - | 110 |
| ซี่โครงหมู (กก.) | - | 175 | 120 | - | 140 | 127.5 | - | 115 | 149 |
| กุ้งแม่น้ำ (กก.) | 575 | - | 360 | 375 | 389 | - | - | 335 | - |
| กุ้งขาว (กก.) | 185 | 270 | 285 | 240 | 249 | 180 | - | - | - |
