วิธีเก็บผักชีให้อยู่ได้นานที่ทำได้ทันที
สรุปสั้น
ถ้าอยากให้ผักชีอยู่ได้นานที่สุด ให้รีบคัดใบเหลืองออกก่อน แล้วห่อโคนด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าสะอาดที่ชื้นเล็กน้อย จากนั้นใส่กล่องหรือถุงซิปล็อกแล้วแช่ตู้เย็นช่องผัก วิธีนี้ช่วยชะลอการเหี่ยวได้ดีกว่าทิ้งกองไว้เฉยๆ ในครัว ร้านอาหารถ้าซื้อมาเป็นกำใหญ่ ควรแบ่งเป็นรอบใช้ 2–3 วัน ไม่ล้างทั้งกำนอกเวลาจะใช้จริง เพราะความชื้นเกินคือสาเหตุที่ผักชีช้ำและเน่าเร็ว
วิธีที่ใช้ได้ทันทีและคุ้มสุดคือ ตัดรากหรือโคนที่ช้ำออกเล็กน้อย แล้วห่อด้วยกระดาษชื้นแบบหมาด ไม่ใช่เปียกจนมีน้ำขัง จากนั้นเก็บในกล่องปิดฝา วิธีนี้เหมาะทั้งบ้านและร้านอาหาร เพราะผักชีจะยังมีกลิ่นสด สีสวย และหยิบใช้สะดวกเวลาตักโรยหน้าแกงหรือก๋วยเตี๋ยว
ถ้าเป็นร้านอาหารที่ใช้ผักชีทุกวัน ผมแนะนำให้แยกเป็น 2 กอง กองสำหรับใช้วันนี้วางในถาดผักหน้าเตรียมงาน ส่วนกองสำรองเก็บในตู้เย็นแบบห่อชื้น อย่าเด็ดใบออกหมดตั้งแต่แรก เพราะใบที่โดนอากาศนานจะเหี่ยวเร็วกว่า ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือร้านก๋วยเตี๋ยวที่ล้างผักชีมาทั้งกองแล้วแช่รวมกัน พอถึงช่วงบ่ายใบเริ่มดำและกลิ่นหาย
ถ้าซื้อผักชีมาในช่วงที่ราคาผักสดแกว่ง ควรเก็บให้คุ้มตั้งแต่วันแรก เพราะผักชีเป็นผักที่เสียคุณภาพเร็ว ยิ่งในครัวที่มีของหมุนหลายอย่าง การจัดเก็บให้ถูกจะช่วยลดของทิ้งได้มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผักใบอย่างผักกาดขาวที่ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 14 ถึง 32.5 บาทต่อกก. หรือคะน้าที่อยู่ 17 ถึง 58 บาทต่อกก. ผักชีถ้าเก็บไม่ดีจะเสียก่อนใช้หมด ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เก็บผักชีในตู้เย็นยังไงให้สด ไม่เหี่ยวเร็ว
ถ้าอยากเก็บผักชีในตู้เย็นให้สดและไม่เหี่ยวเร็ว จุดเริ่มต้นไม่ใช่การเอาเข้าตู้ทันที แต่ต้องคัดก่อนเลย เลือกเฉพาะต้นที่ใบยังเขียว ก้านยังแน่น ไม่มีรอยช้ำหรือส่วนที่เริ่มดำ เพราะถ้าเอาผักที่เริ่มช้ำไปแช่รวมกัน ความชื้นจะทำให้เสียเร็วทั้งถุง
หลังจากคัดแล้วให้ซับน้ำออกให้มากที่สุด หลายคนพลาดตรงนี้เพราะล้างเสร็จแล้วรีบห่อ ทั้งที่น้ำที่ค้างตามใบและก้านคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผักชีช้ำและมีกลิ่นอับ วิธีที่ทำได้จริงคือวางผักชีบนกระดาษทิชชูหรือผ้าสะอาด แล้วซับเบาๆ ไม่ต้องขยำ
จากนั้นห่อผักชีด้วยกระดาษทิชชูแห้งอีกชั้น แล้วใส่กล่องหรือถุงซิปล็อกแบบไม่อัดแน่น ถ้ามีผักชีเยอะ แนะนำแบ่งเป็นมัดเล็กๆ ตามปริมาณที่ใช้ต่อมื้อ จะหยิบง่ายและไม่ต้องเปิดปิดทั้งกองบ่อยๆ
จุดที่คนมักพลาดเวลาเก็บผักชีในตู้เย็นมีอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ทำให้เหี่ยวเร็วมาก
- ล้างแล้วไม่ซับให้แห้ง น้ำที่ค้างอยู่ทำให้ใบช้ำง่ายและเกิดความชื้นสะสม
- ห่อแน่นเกินไป ผักชีต้องมีอากาศพอประมาณ ถ้ากดอัดมากใบจะช้ำเร็ว
- เก็บรวมกับผักที่มีกลิ่นแรง ผักชีดูดกลิ่นได้ง่าย รสและกลิ่นจะเพี้ยน
- เปิดตู้เย็นบ่อย อุณหภูมิแกว่งบ่อยทำให้ผักเหี่ยวไวขึ้น
ถ้าอยากให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกระดับ ให้แยกก้านแข็งกับใบที่ช้ำออกก่อนเก็บ เพราะใบเล็กๆ ที่เริ่มเสียจะลามไปส่วนดีเร็วมาก ในครัวร้านอาหารผมเคยเห็นว่ามัดผักชีไว้ทั้งกำ แต่ไม่ได้คัดส่วนเสียออก พอครบวันครึ่งใบเริ่มเหลือง ต้องทิ้งเกินครึ่งกำ ทั้งที่ถ้าคัดตั้งแต่แรกยังใช้โรยหน้าได้อีกหลายมื้อ
ผักชีเป็นวัตถุดิบที่ราคาขยับได้ตามแหล่งซื้อและฤดูกาล ถ้าเทียบกับของสดอย่างมะนาวที่มีราคาตั้งแต่ 1.85 ถึง 3 บาทต่อลูก หรือผักโขมที่อยู่ราว 55 ถึง 85 บาทต่อกก. จะเห็นว่าผักชีที่เสียเร็วทำให้ต้นทุนบานปลายแบบไม่รู้ตัว เพราะซื้อมาแล้วใช้ไม่หมดก็เท่ากับทิ้งเงินไปพร้อมน้ำหนักผัก
ถ้าจะเก็บข้ามคืน ให้ตั้งเป้าไว้เลยว่า ผักชีต้องแห้งก่อนเข้าตู้ ห่อหลวมพอดี และแยกส่วนที่ช้ำออกให้หมด แค่นี้ก็ช่วยยืดความสดได้มากกว่าการแช่ทั้งกำแบบรีบๆ

เก็บผักชีแบบร้านอาหาร เทียบวิธีที่นิยมใช้
ถ้าพูดแบบคนทำครัวจริง วิธีเก็บผักชีให้อยู่ได้นานไม่ได้มีสูตรเดียวที่ดีที่สุด แต่มีวิธีที่เหมาะกับงานคนละแบบ ถ้าซื้อมาใช้วันต่อวัน ร้านอาหารมักเลือกห่อกระดาษแล้วใส่กล่อง เพราะหยิบง่ายและคุมความชื้นได้ดี แต่ถ้ารับผักชีมาครั้งละเยอะ การแช่โหลน้ำจะช่วยยืดความสดได้ดีกว่าในช่วงแรก
งานบริการที่ต้องตักแต่งจานไวๆ อย่างก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม หรืออาหารตามสั่ง มักไม่ต้องการให้ผักชีชื้นเกินไป เพราะใบจะช้ำเร็วและมีกลิ่นอับได้ง่าย วิธีห่อกระดาษจึงตอบโจทย์กว่า ส่วนร้านที่ใช้ผักชีเป็นเครื่องเคียงหรือโรยหน้าเป็นหลัก มักแยกเป็นกำเล็กๆ แล้วเก็บในกล่อง เพื่อเปิดใช้ทีละรอบ ลดการโดนอากาศซ้ำๆ
| วิธีเก็บ | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ห่อกระดาษแล้วใส่กล่อง | ใช้ภายในไม่กี่วัน ปริมาณไม่มาก | คุมความชื้นได้ดี หยิบง่าย ไม่เละ | ถ้ากระดาษชื้นเกินไปใบจะอับ ต้องเปลี่ยนเมื่อเริ่มชื้น |
| ใส่กล่องปิดฝา | ผักชีที่ล้างและสะเด็ดน้ำดีแล้ว | สะดวกมากสำหรับงานครัวที่เปิดปิดบ่อย | ถ้ามีน้ำค้างในกล่อง ผักชีจะเหี่ยวหรือช้ำเร็ว |
| แช่โหลน้ำ | ผักชีทั้งกำที่ยังไม่ตัดแต่งมาก | ดูสดนาน เหมาะกับของเข้ารอบใหญ่ | ต้องเปลี่ยนน้ำและเล็มโคน ไม่งั้นโคนจะเน่า |
| ห่อผ้าหรือกระดาษชื้นเล็กน้อย | ใช้ในครัวที่ต้องการความสดสูง | ช่วยรักษาความกรอบของใบได้ดี | ชื้นมากไปจะกลายเป็นแฉะและมีกลิ่น |
ถ้าเทียบกันแบบตรงไปตรงมา ร้านที่ซื้อผักชีมาเป็นรอบเล็กๆ มักได้ผลดีกับการห่อกระดาษ เพราะจัดการง่ายและไม่ต้องเสียเวลามาเช็คทุกกำ ส่วนร้านที่ซื้อผักชีทีละเยอะเพื่อเตรียมงานทั้งวัน การแช่โหลน้ำจะคุ้มกว่า เพราะช่วยยืดอายุช่วงแรกได้ดี แต่ต้องมีวินัยเรื่องเปลี่ยนน้ำและตัดโคน
ในทางปฏิบัติ ถ้าร้านไหนใช้ผักชีไม่แน่นอน เช่น บางวันขายดี บางวันขายน้อย การแบ่งเก็บหลายแบบพร้อมกันจะปลอดภัยกว่า เช่น กำที่ต้องใช้เช้าเก็บแบบโหลน้ำ ที่เหลือห่อกระดาษใส่กล่องไว้ วิธีนี้ลดการทิ้งของเสียได้จริง โดยเฉพาะช่วงที่ผักชีราคาขึ้นลงแรง ร้านจะคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า
ผักชีล้างแล้วเก็บ และวิธีรับมือเวลาผักชีเริ่มช้ำ

เวลาผักชีเริ่มช้ำหรือเหี่ยว ให้แก้ตามอาการแบบนี้
- ใบเริ่มเหี่ยวแต่ยังไม่มีกลิ่น ตัดปลายก้านเล็กน้อย แล้วแช่โคนในน้ำเย็นสั้นๆ 10–15 นาที จากนั้นซับให้แห้งก่อนเข้าตู้เย็น
- ใบช้ำเป็นบางจุด เด็ดเฉพาะส่วนที่ช้ำทิ้ง อย่าทิ้งทั้งกอ ถ้าปล่อยไว้ความชื้นจะลามไปทั้งมัด
- มีกลิ่นอับ เปลี่ยนกระดาษรองทันที และแยกผักชีออกจากผักที่ปล่อยน้ำเยอะ เช่น ผักกาดขาวหรือเห็ด เพราะกลิ่นและความชื้นจะถ่ายกันได้
- เริ่มเหี่ยวมาก ถ้าจะใช้ทำต้มยำหรือโรยหน้า ให้แช่น้ำเย็นแล้วพักให้สะเด็ดน้ำก่อน ผักชีจะกลับมาดูสดขึ้นพอใช้งานได้ แม้ไม่กรอบเท่าเดิม
ถ้าซื้อผักชีมาใช้ไม่หมดในวันเดียว อย่ารอให้หมดสภาพแล้วค่อยคัดทิ้ง เพราะจากประสบการณ์ ผักชีที่เริ่มช้ำหนึ่งกำ ถ้าปล่อยรวมกับกอที่ดี จะทำให้ทั้งกล่องเสียเร็วขึ้นมาก การแยกใช้ตามลำดับคือวิธีที่คุ้มสุด
พูดง่ายๆ คือผักชีล้างแล้วเก็บได้ แต่ต้องเก็บแบบแห้ง เย็น และไม่แน่น ถ้าทำถูกตั้งแต่แรก ผักชีจะยังพอสดไว้โรยหน้าแกงจืด ต้มยำ หรือผัดผักได้หลายมื้อ โดยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย
เคล็ดลับเก็บผักชีให้สดนานขึ้นสำหรับคนซื้อบ่อย
ถ้าซื้อผักชีบ่อย สิ่งที่ช่วยได้จริงไม่ใช่แค่ห่อให้ดี แต่คือการแบ่งเก็บเป็นชุดเล็กตามรอบใช้งาน เช่น ซื้อมาแล้วแยกเป็น 2–3 มัดสำหรับทำกับข้าว 2–3 วัน จะได้ไม่เปิดถุงเดิมบ่อยจนความชื้นเข้า ผักชีที่โดนอากาศและไอน้ำซ้ำๆ มักช้ำเร็วกว่าแบบที่หยิบใช้ทีละชุด
อีกทริกที่คนทำครัวใช้กันบ่อยคือกันผักชีไม่ให้สัมผัสน้ำโดยตรงนานเกินไป ถ้าเพิ่งล้างหรือมีหยดน้ำติดใบ ให้ซับให้แห้งก่อนเก็บเสมอ เพราะความชื้นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ใบดำและก้านเละเร็ว โดยเฉพาะบ้านที่แช่ผักรวมกับของสดอื่นในช่องผัก
ถ้าอยากให้ผักชีอยู่ได้นานขึ้น ลองทำ 4 ข้อนี้
- แยกเป็นชุดเล็กก่อนเก็บ แบ่งตามเมนูที่ใช้จริง เช่น ชุดสำหรับต้มจืด ชุดสำหรับโรยหน้า จะหยิบง่ายและไม่ต้องรื้อทั้งถุง
- ห่อด้วยกระดาษซับก่อนใส่กล่อง ช่วยดูดความชื้นส่วนเกินได้ดี เหมาะกับบ้านที่ตู้เย็นเย็นจัดแต่มีน้ำเกาะง่าย
- เก็บให้พ้นของที่มีกลิ่นแรง ผักชีดูดกลิ่นได้ไว ถ้าวางใกล้หอมใหญ่หรือของคาว กลิ่นจะติดและเสียความสดเร็ว
- วางแผนใช้ให้หมดก่อนรอบถัดไป ถ้าซื้อผักชีทุกสัปดาห์ ให้ทำเมนูที่ใช้ผักชีเยอะใน 1–2 วันแรก เช่น ก๋วยเตี๋ยว น้ำซุป หรือยำ จะลดของเหลือทิ้ง
สำหรับร้านอาหารหรือบ้านที่ใช้ผักชีประจำ การซื้อทีละพอดีมักคุ้มกว่าซื้อเผื่อ เพราะผักชีเป็นผักที่เสื่อมคุณภาพไว ถ้าซื้อเยอะแล้วใช้ไม่ทัน สุดท้ายต้นทุนจริงจะสูงกว่าราคาที่เห็นตอนซื้อ
หลักคิดง่ายๆ คือซื้อให้สัมพันธ์กับรอบขายหรือรอบทำอาหาร ถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้มีเมนูโรยผักชีทุกจาน ก็ควรแยกไว้เฉพาะส่วนที่จะใช้ก่อน ส่วนที่เหลือเก็บแบบแห้งและเย็นที่สุดเท่าที่ทำได้ แบบนี้ผักชีจะยังหอมและดูสดน่าหยิบใช้อยู่ได้นานกว่า
- ราคาถูกที่สุดวันนี้
- 1.85 บาท/กก. ที่ ตลาดสี่มุมเมือง
- ช่วงราคา
- 1.85 ถึง 122.22 บาท/กก.
- เปรียบเทียบจาก
- 8 แหล่ง 15 รายการ
- อัปเดตล่าสุด
- 2026-08-20
| สินค้า | ตลาดศรีเมือง (ราชบุรี) | กรมการค้าภายใน (ราคาปลีก) | ตลาดสี่มุมเมือง | ตลาดไท | TrueID Food (ราคาอาหารสด) | Makro PRO | ตลาดล้านเมือง (เชียงราย) | Freshket |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| กล้วยหอม (กก.) | 30 | - | - | - | - | - | - | - |
| ผักกาดขาว (กก.) | 25 | 32.5 | 16 | 15 | 14 | - | - | - |
| คะน้า (กก.) | 17 | 32.5 | 17 | 43 | 17 | 58 | 37.5 | - |
| กระเทียมจีน (กก.) | - | - | 65 | 61 | 70 | 99 | - | 76 |
| กระเทียมดอง (กก.) | - | - | 60 | - | - | 85 | - | 122.22 |
| กระเทียมไทย (กก.) | - | 95 | 77.5 | 79.5 | 75 | - | 85 | 120 |
| มะนาวเหลือง (กก.) | - | - | 77.5 | - | - | - | - | - |
| ผักกาดหอม (กก.) | 55 | 65 | - | 45 | 35 | - | - | - |
| มะนาว (ลูก) | 1.95 | 2.75 | 1.85 | - | 2 | - | - | 3 |
| เห็ด (กก.) | 65 | - | 65 | - | - | 49 | 75 | - |
| หัวหอมใหญ่ (กก.) | - | - | 37.5 | 33.5 | - | - | 35 | - |
| ใบเตย (กก.) | 15 | - | 25 | - | - | - | - | - |
| หอมแดง (กก.) | 85 | 92.5 | 85 | 82.5 | - | - | 65 | - |
| ผักโขม (กก.) | 60 | - | 55 | 85 | - | - | - | - |
| ผักกระเฉด (กก.) | - | 27.5 | 19 | 16 | - | - | - | - |
