ราคาน้ำมันถั่วเหลืองวันนี้ เท่าไหร่
สรุปสั้น
ราคาน้ำมันถั่วเหลืองวันนี้อยู่ที่ 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร โดยราคาถูกสุดอยู่ที่ Makro PRO จากการเทียบ 3 แหล่ง ถ้าร้านอาหารของคุณใช้น้ำมันถั่วเหลืองเป็นหลัก ช่วงราคานี้ช่วยให้ประเมินต้นทุนต่อเมนูได้ค่อนข้างแม่น โดยเฉพาะงานผัด ทอด และทำซอสที่ใช้น้ำมันต่อเนื่องทุกวัน
ถ้ามองแบบคนทำร้านจริง ราคาน้ำมันถั่วเหลืองไม่ได้สำคัญแค่ตัวเลขหน้าขวด แต่สำคัญว่าซื้อจากแหล่งไหนและได้ราคาต่อรอบสต็อกเท่าไหร่ ร้านเล็กที่ใช้น้ำมันไม่เยอะอาจมองต่างจากร้านอาหารตามสั่งหรือร้านทอดที่ใช้เป็นประจำทุกวัน
จากข้อมูลอัปเดตล่าสุดของ CheckRaka ราคาน้ำมันถั่วเหลืองวันนี้อยู่ในกรอบ 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร และจุดที่ถูกสุดคือ Makro PRO เมื่อเทียบจาก 3 แหล่ง ถ้าคุณกำลังจะสั่งเข้าร้าน การเช็กราคาก่อนซื้อช่วยลดต้นทุนสะสมได้จริง โดยเฉพาะช่วงที่ต้องซื้อหลายลิตรพร้อมกัน
ตัวอย่างง่ายๆ คือร้านข้าวราดแกงที่ใช้น้ำมันทั้งผัดเครื่อง ผัดกับข้าว และทอดเมนูเสริม ถ้าซื้อได้ใกล้จุดราคาถูกสุด ต้นทุนต่อวันจะนิ่งกว่า และคุมราคาขายหน้าร้านได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
- ราคาถูกที่สุดวันนี้
- 47.92 บาท/ลิตร ที่ Makro PRO
- ช่วงราคา
- 47.92 ถึง 53.5 บาท/ลิตร
- เปรียบเทียบจาก
- 3 แหล่ง
- อัปเดตล่าสุด
- 2026-07-02
| สินค้า | กรมการค้าภายใน (ราคาปลีก) | Makro PRO | TrueID Food (ราคาอาหารสด) |
|---|---|---|---|
| น้ำมันถั่วเหลือง (ลิตร) | 53.5 | 47.92 | 51 |
ราคาน้ำมันถั่วเหลืองวันนี้กับการเลือกซื้อสำหรับร้านอาหาร
ถ้ามองในมุมร้านอาหาร ราคาน้ำมันถั่วเหลืองไม่ได้ดูแค่ถูกหรือแพงในวันนี้ แต่ต้องดูว่าซื้อแล้วคุมต้นทุนได้จริงไหม โดยเฉพาะร้านที่ใช้ทำผัด ทอด หรือเตรียมน้ำสลัดเป็นประจำ เพราะต้นทุนต่อจานจะเปลี่ยนตามการใช้น้ำมันต่อวันมากกว่าที่หลายคนคิด
จากราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่เช็กได้ตอนนี้อยู่ที่ 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร และราคาต่ำสุดพบที่ Makro PRO จาก 3 แหล่ง ร้านอาหารควรเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับปริมาณใช้จริงของตัวเอง ไม่ใช่ดูแค่ราคาหน้าขวดแล้วตัดสินทันที
เวลาจะเลือกซื้อ ลองดู 4 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ
- ปริมาณใช้ต่อวัน ร้านที่ทอดของบ่อยหรือผัดเมนูหนัก ๆ จะเห็นผลต่างของราคาชัดกว่าร้านที่ใช้น้ำมันแค่ปรุงเล็กน้อย ถ้าใช้เยอะ การประหยัดไม่กี่บาทต่อลิตรสะสมเป็นต้นทุนรายเดือนได้มาก
- ความสม่ำเสมอของแหล่งซื้อ ถ้าร้านต้องใช้ทุกวัน ควรดูว่าซื้อซ้ำได้ง่ายไหม และราคาที่เห็นเป็นราคาที่คุมงบได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนแหล่งซื้อบ่อยอาจทำให้ต้นทุนแกว่ง
- การขนส่งและรอบสต็อก บางร้านซื้อถูกกว่าแต่ต้องสต็อกเยอะ ทำให้เงินจมและเสี่ยงของค้าง ถ้าร้านเล็กหรือครัวกลางพื้นที่จำกัด การเลือกซื้อให้พอดีกับรอบใช้งานมักคุ้มกว่า
- ลักษณะการใช้งานของเมนู เมนูทอดกรอบกับเมนูผัดน้ำมันน้อยใช้ไม่เท่ากัน ร้านควรแยกดูว่าควรซื้อน้ำมันถั่วเหลืองไว้ใช้กับเมนูไหน เพื่อไม่ให้เอาราคาต่อหน่วยมาคิดผิดกับต้นทุนจริง
ตัวอย่างง่าย ๆ คือร้านข้าวตามสั่งที่ใช้น้ำมันถั่วเหลืองทั้งผัดและทอด ถ้าดูแค่ราคาต่ำสุดอย่างเดียวอาจยังไม่พอ แต่ถ้าร้านนั้นซื้อได้ตามรอบงานครัวและมีการใช้ต่อเนื่อง ก็จะช่วยล็อกต้นทุนได้ดีกว่าการซื้อแบบฉุกเฉินทุกครั้ง
สรุปแล้ว ราคาน้ำมันถั่วเหลืองวันนี้ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการคำนวณต้นทุน ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ร้านอาหารที่มองทั้งราคา ปริมาณใช้ และความต่อเนื่องของการจัดซื้อ จะตัดสินใจได้แม่นกว่าและคุมกำไรได้ง่ายกว่า

เปรียบเทียบราคาน้ำมันถั่วเหลืองกับน้ำมันพืชชนิดอื่น
ถ้ามองแค่ราคาน้ำมันถั่วเหลืองอย่างเดียว หลายร้านอาจรู้สึกว่าไม่ได้ต่างจากน้ำมันพืชชนิดอื่นมากนัก แต่พอเทียบกับการใช้งานจริงในครัว จะเห็นเลยว่าความคุ้มไม่ได้อยู่ที่ราคาต่อลิตรอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเหมาะกับเมนู ความนิ่งของคุณภาพเวลาใช้ทอดซ้ำ และการคุมต้นทุนทั้งวัน
จากราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่อยู่ในช่วง 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ร้านอาหารมักหยิบมาเทียบกับน้ำมันพืชทั่วไปเสมอ โดยเฉพาะร้านข้าวราดแกง ร้านอาหารตามสั่ง และร้านของทอดที่ใช้น้ำมันเยอะทุกวัน เพราะถ้าคุมการใช้ดี ก็ช่วยให้ต้นทุนต่อจานไม่บานง่าย
| ชนิดน้ำมัน | ภาพรวมการใช้งานในร้านอาหาร | มุมมองเรื่องความคุ้มค่า |
|---|---|---|
| น้ำมันถั่วเหลือง | เหมาะกับผัด ทอด และงานครัวที่ต้องใช้ต่อเนื่อง | คุ้มเมื่อเทียบกับการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะร้านที่ใช้น้ำมันปริมาณมาก |
| น้ำมันพืชชนิดอื่น | บางชนิดเหมาะกับทอดกรอบหรือกลิ่นกลางๆ มากกว่า | อาจตอบโจทย์เฉพาะเมนู แต่บางร้านต้องจ่ายเพิ่มเพื่อคุณสมบัติเฉพาะ |
| น้ำมันสำหรับงานทอดหนัก | ใช้กับเมนูทอดที่ต้องการความทนความร้อน | คุ้มในเมนูเฉพาะ แต่ถ้าใช้ผิดประเภทอาจทำให้ต้นทุนสูงเกินจำเป็น |
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือร้านไก่ทอดหรือร้านของทอดหน้าโรงเรียน ถ้าใช้น้ำมันที่เหมาะกับการทอดต่อเนื่องได้ดี ร้านจะลดปัญหาน้ำมันเสื่อมเร็ว กลิ่นหืนไว หรือสีอาหารคล้ำเกินไป ซึ่งทั้งหมดนี้กระทบทั้งต้นทุนและภาพลักษณ์ของอาหาร
ส่วนร้านอาหารตามสั่งที่ผัดเร็ว ใช้น้ำมันทุกเมนู การเลือกน้ำมันถั่วเหลืองมักดูคุ้มตรงที่หาซื้อง่าย ใช้ได้หลากหลาย และไม่ต้องแยกสต๊อกหลายชนิดให้ยุ่งยาก ถ้าร้านมีการคุมรอบเปลี่ยนน้ำมันและเทคนิคการใช้ที่ดี ราคาน้ำมันถั่วเหลืองจะยิ่งดูคุ้มขึ้นเมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น
น้ำมันถั่วเหลืองราคาส่งและปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลง
ถ้ามองในมุมร้านอาหาร ราคาน้ำมันถั่วเหลืองราคาส่งมักไม่ได้ขยับแบบวันต่อวันจนเห็นชัด แต่จะค่อยๆ เปลี่ยนตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งมากกว่า ช่วงที่ราคาตลาดอยู่ในกรอบ 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร ร้านที่ใช้เยอะจะเริ่มรู้สึกต่างทันที โดยเฉพาะร้านทอดของเยอะหรือครัวกลางที่ต้องซื้อเป็นลัง
ปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลงหลักๆ คือราคาวัตถุดิบในตลาดโลก ค่าเงินบาท ต้นทุนขนส่ง และโปรโมชันของผู้จำหน่าย บางช่วงราคาหน้าร้านอาจนิ่ง แต่ราคาส่งกลับต่างกันตามจำนวนที่ซื้อ เงื่อนไขยกแพ็ก และรอบการส่งของแต่ละแหล่ง ทำให้ร้านเดียวกันซื้อช่วงเวลาไม่เหมือนกันก็ได้ราคาต่างกัน
ถ้าร้านใช้ปริมาณเยอะ ให้ดูราคาส่งควบคู่กับรอบสต็อกจริงของร้าน ไม่ควรรอจนของใกล้หมดแล้วค่อยซื้อ เพราะถ้าตลาดขยับขึ้นพร้อมกันจะเสียต้นทุนทันที
วิธีดูว่าช่วงไหนควรซื้อเพิ่ม คือเช็กแนวโน้มราคาจากหลายแหล่งพร้อมกัน ถ้าราคาที่เห็นกระจุกอยู่ใกล้โซนต่ำของช่วง 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร และร้านคาดว่าจะใช้ต่อเนื่องอีกหลายวัน ก็มักเป็นจังหวะที่ควรเติมสต็อกมากกว่ารอ อีกกรณีคือช่วงก่อนเทศกาลหรือช่วงยอดขายพุ่ง ร้านอาหารมักใช้น้ำมันมากกว่าปกติ ถ้ารอซื้อแบบฉุกเฉินจะต่อรองยาก
ตัวอย่างจริงที่เจอบ่อยคือร้านไก่ทอดหรือร้านอาหารตามสั่งที่ใช้น้ำมันทุกวัน พอเห็นราคาดีจึงซื้อสำรองเพิ่มทีเดียว 2–3 รอบใช้ ลดความเสี่ยงจากการต้องซื้อแพงตอนของขาด แต่ต้องคุมวันหมดอายุและวิธีเก็บให้ดี ไม่อย่างนั้นซื้อถูกแต่เสื่อมคุณภาพก่อนใช้ก็ไม่คุ้ม

วิธีเช็กราคาน้ำมันถั่วเหลืองขวดละเท่าไหร่ให้ไม่พลาด
เวลาจะเช็กราคาน้ำมันถั่วเหลืองขวดละเท่าไหร่ อย่าดูแค่ป้ายหน้าร้านหรือราคาโปรโมชันอย่างเดียว เพราะบางครั้งราคาที่เห็นอาจเป็นราคาเฉพาะสมาชิก หรือเป็นแพ็กเกจที่ขนาดไม่เท่ากัน ทำให้เทียบผิดได้ง่าย
วิธีที่ใช้ได้จริงคือดูราคาต่อหน่วยก่อนเสมอ เช่น บาทต่อลิตร แล้วค่อยดูว่าขวดที่ซื้อเป็นขนาดกี่ลิตร ถ้าร้านหนึ่งขายถูกกว่าแต่ปริมาณน้อยกว่า สุดท้ายอาจแพงกว่าร้านที่ดูเหมือนราคาสูงกว่า
จากราคาจริงในระบบ CheckRaka ตอนนี้น้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ 47.92 ถึง 53.5 บาทต่อลิตร และราคาถูกสุดพบที่ Makro PRO จาก 3 แหล่ง ดังนั้นถ้าจะซื้อเข้าร้าน ควรใช้ตัวเลขต่อหน่วยนี้เป็นฐานแล้วค่อยเทียบกับแพ็กเกจที่ขายจริง
เช็กราคาให้ไม่พลาดด้วย 4 ขั้นตอนนี้
- ดูหน่วยให้ชัด ต้องดูว่าเป็นราคาต่อขวด ต่อแกลลอน หรือ ต่อลิตร เพราะคำว่า ขวดละเท่าไหร่ บางทีทำให้เข้าใจผิดถ้าขวดคนละขนาด
- เทียบราคาต่อหน่วย เอาราคาหารด้วยปริมาณจริง เช่น ขวดเล็กกับขวดใหญ่ ถ้าต่อหน่วยต่างกันมาก ให้เลือกตัวที่คุ้มกว่าสำหรับรอบสั่งซื้อของร้าน
- เช็กเงื่อนไขโปร โปรบางแบบต้องซื้อครบจำนวน หรือเป็นราคาสมาชิก ถ้าร้านคุณซื้อไม่ถึงเงื่อนไข ราคาจริงอาจไม่ใช่ราคาที่เห็น
- ดูจำนวนแหล่งที่เทียบ ถ้าราคาถูกผิดปกติ ให้ดูว่ามาจากกี่ร้าน เพราะราคาที่มีหลายแหล่งมักสะท้อนภาพตลาดได้ดีกว่าราคาเดี่ยว
| สิ่งที่เห็น | สิ่งที่ควรเช็กเพิ่ม | ผลที่มักเกิดกับร้านอาหาร |
|---|---|---|
| ราคาต่อขวด | ขวดนั้นกี่ลิตร และคิดเป็นบาทต่อลิตรเท่าไหร่ | ช่วยรู้ว่าซื้อแล้วคุ้มจริงหรือไม่ |
| ราคาโปร | ต้องซื้อครบจำนวนหรือเป็นสมาชิกไหม | ถ้าไม่ถึงเงื่อนไข อาจจ่ายแพงกว่าที่คิด |
| แพ็กใหญ่ | เก็บสต็อกได้นานแค่ไหน | เหมาะกับร้านใช้เยอะ แต่ต้องไม่ซื้อเกินรอบใช้ |
| ราคาหลายแหล่ง | แหล่งไหนถูกสุดและต่างกันมากไหม | ช่วยมองแนวโน้มราคาจริง ไม่หลงราคาหน้าร้าน |
ดูราคาล่าสุดรายสินค้า
