CheckRaka
บทความ

น้ำมันยี่ห้อไหนดี 2569 เลือกแก๊สโซฮอล์ 91 95 E20 E85 ให้ประหยัดสุด

เทียบแก๊สโซฮอล์ 91 95 E20 E85 ดีเซลพรีเมียม เบนซินพรีเมียม จาก PTT Bangchak Caltex พร้อมเคล็ดลับประหยัดน้ำมันและวิธีเช็กราคาก่อนเติม

อ่าน 12 นาทีเขียนโดย ทีมบรรณาธิการ CheckRakaตรวจสอบโดย เช็กเรท (หัวหน้าทีมวิเคราะห์ราคา CheckRaka)

บทนำ

เผยแพร่ 20 เมษายน 2569 รีวิวโดยทีมวิเคราะห์ราคา CheckRaka

เดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันกลับมาขยับขึ้นอีกรอบ แก๊สโซฮอล์ 95 ขยับขึ้นไปที่ลิตรละ 42.45 บาท ขณะที่ E20 ยังทรงตัวที่ 35.45 บาท และ E85 อยู่ที่ 31.39 บาท คนขับรถหลายคนเดินเข้าปั๊มแล้วยืนงงอยู่หน้าหัวจ่ายเป็นนาที เพราะไม่แน่ใจว่ารถตัวเองเติมแบบไหนได้บ้าง เติมผิดจะพังไหม หรือถ้าเติมถูกแล้วยี่ห้อไหนถึงจะคุ้มที่สุด คำถามเหล่านี้เจอกันทุกวันในกลุ่มรถมือสองและห้องคนใช้รถบน Pantip

บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์จริงของทีมที่ขับรถหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ Toyota Yaris รุ่นเก่าปี 2012 ไปจนถึง Ford Ranger Wildtrak ใหม่ล่าสุด รวมถึงข้อมูลราคาที่ทีม CheckRaka ติดตามจาก PTT Station Bangchak และ Caltex ทุกวัน ถ้าอ่านจบจะตอบตัวเองได้ว่าควรเติมอะไร ที่ไหน และจะประหยัดปีละเท่าไหร่ถ้าเช็กราคาก่อนเติมทุกครั้ง สามารถตรวจเช็กราคาวันนี้ได้ที่หน้าราคาน้ำมันทั้งหมดบน CheckRaka ก่อนขับออกจากบ้าน

ยี่ห้อปั๊มในไทยมีอะไรบ้าง ต่างกันยังไง

ในเมืองไทยตอนนี้ปั๊มที่มีสาขาเกินพันสาขาอยู่สามค่ายหลัก PTT Station (ปตท. น้ำมัน โออาร์) Bangchak (บางจาก) และ Caltex (คาลเท็กซ์) ที่รองลงมาคือ Shell และ Esso ที่เพิ่งรีแบรนด์เป็น Bangchak หลังดีลซื้อกิจการเมื่อปี 2566 ทีม CheckRaka เลือกดึงราคาจากสามยี่ห้อแรกเพราะครอบคลุมทั้งประเทศและอัปเดตราคาทุกวันตามประกาศหน้าปั๊ม

PTT Station เน้นสาขาเยอะและมีพื้นที่ Cafe Amazon กับร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ให้แวะพัก จุดเด่นคือน้ำมัน Ultraforce ที่ชาวพันทิปชอบถกเถียงกันว่าช่วยล้างห้องเครื่องจริงไหม ราคาขายมักจะตั้งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของทั้งประเทศ ปั๊มบนถนนสายหลักเช่นมอเตอร์เวย์กรุงเทพชลบุรีมักเป็น PTT เกือบทั้งหมด

Bangchak ขายราคาเท่ากับ PTT เกือบทุกวัน ต่างกันไม่เกิน 10 สตางค์ จุดเด่นที่คนลืมคือ Bangchak คิดค้นและผลักดัน E20 กับ E85 มานานที่สุด ใครขับรถ Flex Fuel แล้วอยากเจอหัวจ่าย E85 ให้ไปบางจากก่อนเพราะสาขาที่มี E85 เยอะกว่าค่ายอื่นอย่างเห็นได้ชัด น้ำมันกรีนเอสพลัสของบางจากก็มีคนชมว่าวิ่งลื่นและเครื่องเงียบ

Caltex ราคามักจะถูกกว่าสองค่ายบน 20 ถึง 50 สตางค์ต่อลิตรเป็นประจำ น้ำมันพรีเมียมชื่อ Techron ที่ขายมานานหลายสิบปี เป็นที่นิยมในกลุ่มคนขับรถยุโรปอย่าง BMW Mercedes-Benz และ Volvo ข้อเสียคือสาขาน้อยกว่าในต่างจังหวัด บางอำเภออาจไม่มี Caltex เลย ต้องวิ่งเลยไปอีก 20 กม. กว่าจะเจอ

สรุปแบบตรงไปตรงมาคือถ้าขับรถทั่วไปและเน้นความสะดวก PTT กับ Bangchak ตอบโจทย์มากที่สุด ถ้าอยากประหยัดหน่อยและมี Caltex ใกล้บ้าน เลือก Caltex ได้เลย คุณภาพน้ำมันของสามค่ายนี้ผ่านมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานเหมือนกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องของปลอมหรือน้ำมันเสื่อมคุณภาพ

แก๊สโซฮอล์ 91 vs 95 ต่างกันจริงไหม ควรเติมแบบไหน

ค่าออกเทน (Octane) คือตัวเลขที่บอกความสามารถในการต้านทานการน็อคของเครื่องยนต์ เครื่องที่ออกแบบมาเพื่ออัตราส่วนกำลังอัดสูงเช่นรถสปอร์ตหรือเครื่องเทอร์โบต้องการออกเทนสูง ถ้าเติมออกเทนต่ำเกินไปจะเกิดเสียงเครื่องกระตุกที่เรียกว่า "น็อค" ซึ่งทำให้เครื่องเสียหายในระยะยาว

แก๊สโซฮอล์ 91 ในเมืองไทยตอนนี้ราคาลิตรละ 34.98 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท ส่วนต่างราคาสูงถึง 7.47 บาทต่อลิตร ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ต่างกันแค่ 1 ถึง 2 บาท สาเหตุที่ 91 ถูกกว่าเยอะเพราะรัฐบาลอุดหนุนน้ำมัน E10 ในสูตร 91 มากกว่าเพื่อกระตุ้นการใช้เอทานอลในประเทศ

รถที่เติมได้แค่แก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้นไป คือรถสปอร์ตอย่าง Honda Civic Type R, Toyota GR Yaris, Mazda MX-5 หรือรถยุโรปส่วนใหญ่เช่น BMW Series 3, Mercedes C-Class, Volvo XC60 รถพวกนี้คู่มือระบุชัดเจนว่า "Premium Unleaded 95 or higher" เติมแก๊สโซฮอล์ 91 จะน็อคและ ECU จะปรับจังหวะจุดระเบิดจนแรงตก

รถที่เติมแก๊สโซฮอล์ 91 ได้สบาย คือรถญี่ปุ่นรุ่นอีโค่คาร์เครื่องเล็กอย่าง Toyota Yaris Ativ, Honda City, Suzuki Swift, Mazda 2 ที่ใช้เครื่องไม่มีเทอร์โบ อัตราส่วนกำลังอัดไม่สูงมาก คู่มือมักระบุว่าเติม 91 ขึ้นไปได้ ถ้ารถคุณอยู่ในกลุ่มนี้แล้วเติม 95 อยู่ทุกวัน แสดงว่าจ่ายเกินความจำเป็นไปปีละหลายพันบาท

วิธีเช็กที่ง่ายที่สุดคือเปิดฝาถังน้ำมันดู ถ้ามีสติ๊กเกอร์เขียนว่า "Gasohol 91 or higher" หรือ "Unleaded 91" แปลว่าเติม 91 ได้ ถ้าไม่แน่ใจให้เปิดคู่มือรถที่หน้าข้อมูลจำเพาะเครื่องยนต์ หาคำว่า "Minimum Octane" หรือ "เชื้อเพลิงที่แนะนำ"

E20 vs E85 ประหยัดจริงหรือเปล่า

E20 คือน้ำมันเบนซินที่มีเอทานอลผสม 20% ราคาวันนี้ลิตรละ 35.45 บาท ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 7 บาท ส่วน E85 มีเอทานอล 85% ราคาแค่ 31.39 บาท ถูกกว่า 95 ถึง 11.06 บาท ฟังดูน่าตื่นเต้นมาก แต่เรื่องที่หลายคนไม่รู้คือเอทานอลให้พลังงานน้อยกว่าเบนซินประมาณ 30% แปลว่าเติม E85 แล้ววิ่งได้กิโลเมตรน้อยลง

รถที่เติม E20 ได้ ต้องเป็นรุ่นที่ออกหลังปี 2551 เป็นต้นไปและผู้ผลิตรับรอง เช่น Toyota Vios ตั้งแต่ปี 2556, Honda City ตั้งแต่ปี 2557, Mazda 2 Skyactiv, Nissan Almera รถกระบะอย่าง Isuzu D-Max และ Ford Ranger รุ่นเครื่องเบนซินก็เติมได้ ถ้าเติม E20 ในรถที่ไม่รองรับ ยางและท่อน้ำมันจะถูกกัดกร่อนเร็วกว่าปกติ เปลี่ยนปั๊มติ๊กกันมาแล้วหลายคัน

รถที่เติม E85 ได้ เรียกว่า Flex Fuel Vehicle (FFV) มีอยู่น้อยมากในไทย เช่น Mitsubishi Mirage FFV, Nissan March FFV, Honda City FFV ที่ผลิตรุ่นพิเศษก่อนปี 2562 รถยุโรปที่รองรับ E85 มี Volvo V40 T4F และ Ford Focus Flexifuel ที่นำเข้าบางรุ่น

คำนวณง่ายๆ ว่าคุ้มไหม สมมติรถ Toyota Yaris เครื่อง 1.2 เติมแก๊สโซฮอล์ 95 วิ่งได้ 17 กม. ต่อลิตร ถ้าเปลี่ยนเป็น E20 จะวิ่งได้ราว 16 กม. ต่อลิตร ลดลง 6% แต่ราคาถูกลง 16% สรุปเติม E20 ประหยัดจริงประมาณ 10% ต่อการเติมเต็มถัง ถ้าขับเดือนละ 1,500 กม. ประหยัดเดือนละ 400 ถึง 500 บาท ปีละ 5,000 ถึง 6,000 บาท นี่คือเหตุผลที่ทีมเราแนะนำให้ใครมีรถรองรับ E20 เติม E20 ไปเลย

E85 ประหยัดได้มากกว่านี้ในเชิงเงินสด แต่เติมได้เฉพาะรถ FFV และหาปั๊มยากกว่ามาก ถ้าไม่ใช่ผู้ใช้จริงจังไม่แนะนำ สามารถเช็กปั๊มที่มี E85 ใกล้คุณ ได้ก่อนออกเดินทาง

ดีเซลปกติ vs ดีเซลพรีเมียม B7 กับ B20 ต่างกันยังไง

ดีเซลในเมืองไทยมีหลายสูตร ที่ขายกันทั่วไปคือดีเซล B7 ที่ผสมไบโอดีเซลจากปาล์ม 7% ราคาวันนี้ลิตรละ 32.94 บาท ส่วน B20 ผสมไบโอดีเซลสูงถึง 20% ราคาถูกลงมาที่ประมาณ 31.44 บาท นอกจากนี้ยังมีดีเซลพรีเมียมที่ราคาแพงกว่า 3 ถึง 5 บาทต่อลิตร

ดีเซลพรีเมียม เช่น PTT BlueDiesel S EV, Bangchak Hi Diesel S, Caltex Diesel with Techron D ต่างจากดีเซลปกติตรงสารเพิ่มที่ช่วยล้างหัวฉีดและลดการเกิดเขม่า ผลที่ได้คืออัตราสิ้นเปลืองดีขึ้น 2 ถึง 5% เครื่องเงียบลง และลดการเกิด DPF อุดตันในรถกระบะรุ่นใหม่ ถ้าเทียบส่วนต่าง 3 บาทต่อลิตรกับประสิทธิภาพที่ดีขึ้น 3% ตัวเลขกลับกลายเป็นไม่คุ้ม แต่สำหรับคนที่ใช้รถเดินทางไกลและต้องการให้เครื่องยืนระยะนาน ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อรักษาเครื่องถือว่าคุ้ม

B20 เหมาะกับรถบรรทุกและรถกระบะเก่า ที่คู่มือระบุว่ารองรับ B20 โดยเฉพาะ Hino Isuzu FRR หรือรถขนส่งทางไกล จุดเด่นคือราคาถูกกว่า B7 ประมาณ 1.50 บาทต่อลิตร ถ้าขับรถใช้เชื้อเพลิงเดือนละ 500 ลิตร ประหยัดเดือนละ 750 บาท ข้อควรระวังคือ B20 ไม่เหมาะกับรถกระบะรุ่นใหม่ที่มีระบบ Common Rail ละเอียดเช่น Ford Ranger Raptor หรือ Toyota Hilux Revo GR Sport ใหม่ล่าสุด เพราะไบโอดีเซลมากอาจทำให้หัวฉีดอุดเร็วกว่า

ใครขับรถกระบะทั่วไปและไม่ต้องการสารเพิ่ม เติม ดีเซล B7 ปกติ คุ้มที่สุด แต่ถ้าอยากยืดอายุเครื่องและสมบูรณ์ที่สุด เลือก ดีเซลพรีเมียม จะได้ผลดีในระยะยาว

เบนซินพรีเมียม Gold 95 Tecron V-Power คุ้มเงินไหม

เบนซินพรีเมียมในเมืองไทยมีสามค่ายหลัก PTT Super Power Gasohol 95, Caltex Techron Power 95 และ Shell V-Power ราคาจะแพงกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ปกติประมาณ 2.50 ถึง 4 บาทต่อลิตร รวมลิตรละ 45 ถึง 46 บาท เป็นน้ำมันสูตรออกเทน 97 ถึง 98 ผสมสารเพิ่มในปริมาณมากกว่าปกติ

รถยุโรปเครื่องเทอร์โบและรถสปอร์ต คือกลุ่มที่ได้ผลจริงจากน้ำมันพรีเมียม BMW 330i, Mercedes C200, Audi A4 TFSI, Porsche 911 รถเหล่านี้ออกแบบให้รับออกเทน 98 ได้เต็มที่ เมื่อเติมพรีเมียม ECU จะปรับจังหวะจุดระเบิดให้ใช้กำลังเต็ม 100% ความแตกต่างที่รู้สึกได้คือคันเร่งตอบเร็วขึ้นและอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้น 5 ถึง 8%

รถญี่ปุ่นอีโค่คาร์ทั่วไป เช่น Yaris, City, Almera เติมพรีเมียมไม่ได้ประโยชน์อะไรมาก เพราะ ECU ไม่ได้ปรับโปรแกรมไว้ให้ใช้ออกเทนสูง กำลังเครื่องยังเท่าเดิม ประหยัดน้ำมันก็ไม่ต่างกัน ส่วนต่างราคา 3 บาทเท่ากับเผาทิ้งไปฟรี เจ้าของรถประเภทนี้ไม่ต้องเติมพรีเมียม

รถเก่าคลาสิกเครื่องคาร์บูเรเตอร์ เช่น Toyota AE86, Nissan Skyline GT-R R32 หรือ Honda Civic EG ยุค 90 เจ้าของส่วนใหญ่ชอบเติมพรีเมียมเพราะเชื่อว่าสารเพิ่มช่วยล้างวาล์วและลดเขม่าในห้องเผาไหม้ มีประโยชน์จริงในแง่การดูแลระยะยาว แต่ไม่จำเป็นต้องเติมทุกถัง เติมสลับ 1 ใน 4 ก็ได้ผลคล้ายกัน

สรุปคือเบนซินพรีเมียมเหมาะกับรถที่ออกแบบให้ใช้ ถ้ารถคุณไม่ใช่กลุ่มนั้น การจ่ายเพิ่มลิตรละ 3 บาทไม่คุ้ม เก็บเงินไว้บำรุงรถด้านอื่นดีกว่า

เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน 10 ข้อที่ใช้ได้จริง

เทคนิคประหยัดน้ำมันในบทความทั่วไปชอบเขียนกว้างๆ ทีมเราขอเฉพาะเจาะจงที่ได้ผลจริงจากการลองกับรถหลายคัน

ขับความเร็วคงที่ 80 ถึง 100 กม./ชม. บนทางหลวง เครื่องยนต์ทำงานที่รอบประหยัดสุด เช่น Honda City ที่ความเร็ว 90 วิ่งได้ 20 กม./ลิตร แต่พอเกิน 120 เหลือ 14 กม./ลิตร

เติมลมยางให้ถูกค่า ตามสติ๊กเกอร์ในรถส่วนใหญ่ 32 ถึง 35 psi ยางอ่อนเกินไป 5 psi ทำให้กินน้ำมันเพิ่ม 3%

ปิดแอร์ที่ความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. เปิดกระจกแทน แต่ความเร็วสูงกว่านั้นเปิดแอร์ประหยัดกว่าเพราะกระจกเปิดสร้างแรงต้านลมเยอะ

ไม่จอดสตาร์ทเครื่องรอนาน เครื่องเดินเบา 10 นาทีเสียน้ำมันเท่าวิ่ง 5 กม. ถ้าจอดเกิน 30 วินาทีให้ดับเครื่อง

เอาของหนักที่ไม่ใช้ลงจากท้ายรถ น้ำหนักเกิน 50 กก. ในท้ายรถเพิ่มอัตราสิ้นเปลือง 2%

ถอดแร็คหลังคาเมื่อไม่ใช้ แร็คหลังคาสร้างแรงต้านลมที่ความเร็วสูงเพิ่มการใช้น้ำมัน 10 ถึง 25%

เปลี่ยนกรองอากาศตามระยะ ทุก 20,000 กม. กรองสกปรกทำให้กินเพิ่ม 5%

ใช้น้ำมันเครื่องที่ผู้ผลิตแนะนำและไม่ข้ามระยะเปลี่ยน น้ำมันเครื่องที่เสื่อมเพิ่มแรงเสียดทานในเครื่อง

ขับแบบคาดการณ์ล่วงหน้า ปล่อยคันเร่งก่อนถึงไฟแดง ไม่เบรกแรงตอนสุดท้าย พลังงานจลน์ไม่สูญเปล่า

เช็กราคาน้ำมันก่อนออกจากบ้านทุกวัน ปั๊มข้างบ้านอาจแพงกว่าปั๊มหน้าบริษัทลิตรละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท

เช็กราคาก่อนเติม ประหยัดได้เท่าไหร่ต่อปี

คนไทยเฉลี่ยเติมน้ำมันประมาณ 40 ลิตรต่อสัปดาห์ หรือ 160 ลิตรต่อเดือน คิดเป็น 1,920 ลิตรต่อปี ส่วนต่างราคาน้ำมันระหว่างปั๊มแต่ละเจ้าในเส้นทางเดียวกันอยู่ที่ 30 สตางค์ ถึง 1 บาทต่อลิตร ถ้าเช็กราคาก่อนเติมและเลือกปั๊มที่ถูกสุดทุกครั้ง ประหยัดได้ปีละ 600 ถึง 1,900 บาท ไม่รวมกรณีปั๊มบัตรเครดิตลดเพิ่มอีก 1 บาทต่อลิตร

ตัวอย่างจริงจากทีม CheckRaka เมื่อสัปดาห์ก่อน PTT ถนนพระราม 9 ขายแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ 42.45 บาท แต่ Caltex สาขาเดียวกันขาย 42.15 บาท ส่วนต่าง 30 สตางค์ต่อลิตร ถ้าเติมเต็มถัง 40 ลิตร ประหยัด 12 บาท ฟังดูไม่เยอะ แต่เติมสัปดาห์ละครั้ง 52 สัปดาห์ต่อปี ประหยัด 624 บาท เงินเท่านี้พาครอบครัวไปกินบุฟเฟต์ชาบูได้ 2 มื้อ

อีกเคสที่เจอคือเดือนมีนาคม 2569 ราคาน้ำมันขึ้นสองรอบใน 2 สัปดาห์ คนที่เติมเต็มถังก่อนราคาขึ้นวันพฤหัสเย็นประหยัดทันทีลิตรละ 80 สตางค์ เติม 50 ลิตรเท่ากับประหยัด 40 บาทในคราวเดียว ใครติดตามราคาผ่าน หน้าเช็กราคาน้ำมันของ CheckRaka จะรู้ล่วงหน้า 1 ถึง 2 วันเพราะบริษัทน้ำมันประกาศก่อนปรับจริง

คนที่ขับ Grab หรือ Lineman ที่เติมน้ำมันวันละ 20 ลิตร ส่วนต่าง 1 บาทต่อลิตรเท่ากับประหยัดวันละ 20 บาท เดือนละ 600 บาท ปีละ 7,200 บาท ตัวเลขนี้ใหญ่พอที่จะเปลี่ยนชีวิตในเดือนที่ทำงานหนัก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องน้ำมัน

รถเก่าเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ไหม จะทำให้เครื่องพังไหม รถที่ผลิตหลังปี 2538 ส่วนใหญ่เติมแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ปกติ รถที่เก่ากว่านั้นโดยเฉพาะรถยุโรปก่อนปี 2535 บางรุ่นยางกับท่อน้ำมันไม่ทนเอทานอล ควรเช็กคู่มือหรือปรึกษาช่างที่ชำนาญก่อน ถ้าเครื่องยนต์มีคาร์บูเรเตอร์แบบเก่า เอทานอลอาจทำให้สนิมเกิดในถังน้ำมันเร็วขึ้น ถ้าเจอปัญหานี้ให้เติมเบนซินไร้สารตะกั่ว 95 แทน แต่ตอนนี้หายากแล้วในปั๊มทั่วไป

เติมที่ไหนประหยัดที่สุดในกรุงเทพ จากข้อมูลเดือนเมษายน 2569 ทีม CheckRaka เก็บราคา Caltex มักถูกกว่า PTT กับ Bangchak อยู่ประมาณ 20 ถึง 50 สตางค์ต่อลิตร แต่ส่วนต่างนี้เปลี่ยนทุกสัปดาห์ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือเปิดดูราคาวันนี้ก่อนออกเดินทาง ไม่ต้องเดาเอง ปั๊มบางจุดใช้โปรโมชั่นคู่กับบัตรเครดิตลดเพิ่ม 1 บาทต่อลิตรในวันธรรมดา ทำให้ถูกกว่าปั๊มคู่แข่งไปอีก

เติมน้ำมันเต็มถังกับเติมทีละครึ่ง อันไหนประหยัดกว่า เติมเต็มถังประหยัดกว่าในระยะยาวเพราะประหยัดเวลาขับไปกลับปั๊ม และได้ราคาล็อคในวันนั้น ถ้าวันพรุ่งนี้ขึ้นราคาก็ไม่กระทบ ส่วนคนที่เติมทีละครึ่งเพราะกลัวน้ำหนักเพิ่ม ผลจริงคือน้ำมันเต็มถัง 40 ลิตรเพิ่มน้ำหนัก 30 กก. ทำให้กินน้ำมันเพิ่มไม่ถึง 1% ไม่คุ้มเสียเวลา

สลับยี่ห้อน้ำมันบ่อยๆ มีผลเสียต่อเครื่องไหม ไม่มีผลเสีย เพราะน้ำมันทุกยี่ห้อในไทยต้องผ่านมาตรฐานกรมธุรกิจพลังงานเดียวกัน สารเพิ่มที่แต่ละค่ายใส่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับทำปฏิกิริยากันจนเสียหาย ทีมขับรถทดสอบ 5 ปีเติมสลับทุกยี่ห้อตามปั๊มที่เจอ ไม่เคยเจอปัญหาจากการสลับยี่ห้อ สิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณภาพน้ำมันของปั๊มนั้นๆ ถ้าปั๊มไหนขายแล้วเครื่องเดินสะดุดบ่อย ให้หลีกเลี่ยง

E20 กับ E85 ถ้าเติมผิดรุ่นรถจะพังทันทีไหม เติม E20 ในรถที่ไม่รองรับ ครั้งแรกยังไม่พังทันที แต่ถ้าเติมต่อเนื่องหลายเดือนยางกับท่อน้ำมันจะเสื่อมเร็ว ปั๊มน้ำมันอาจพังใน 1 ถึง 2 ปี ส่วน E85 อันตรายกว่ามาก เพราะเอทานอล 85% กัดกร่อนโลหะบางชนิดและทำให้เซ็นเซอร์ออกซิเจนอ่านค่าผิด ถ้าเติมเข้าไปในรถที่ไม่ใช่ FFV ให้ถ่ายน้ำมันทิ้งและล้างถังก่อนสตาร์ทเครื่อง อย่าเสี่ยง

สรุปและขั้นตอนถัดไป

เลือกน้ำมันให้ถูกกับรถและเช็กราคาก่อนเติมทุกครั้ง คือสองเรื่องสำคัญที่สุดที่จะช่วยประหยัดเงินได้จริงปีละหลายพันบาทโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีขับเลย ใครขับรถอีโค่คาร์ทั่วไปเลือกแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ E20 ถ้ารองรับ ใครขับรถยุโรปเครื่องเทอร์โบเลือกแก๊สโซฮอล์ 95 หรือพรีเมียม ใครขับกระบะทั่วไปเลือกดีเซล B7 และยืดอายุเครื่องด้วยดีเซลพรีเมียมเป็นครั้งคราว

ขั้นตอนถัดไปคือเปิด หน้าเช็กราคาน้ำมันทั้งหมดบน CheckRaka ก่อนออกเดินทางทุกเช้า ดูว่าปั๊มในเส้นทางของคุณวันนี้ราคาเท่าไหร่และยี่ห้อไหนถูกที่สุด ถ้าขับรถอีโค่คาร์ ดู ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 เพื่อเทียบกับ E20 ในปั๊มเดียวกัน เชื่อว่าหลังจากใช้เวลาเช็ก 30 วินาทีก่อนออกบ้าน คุณจะประหยัดเงินได้มากกว่าคนที่เติมปั๊มแรกที่เจอบนถนนแบบชัดเจน

ข้อมูลราคาในบทความอ้างอิงจากการประกาศหน้าปั๊มของ PTT Station Bangchak และ Caltex ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกระทรวงพลังงาน ติดตามราคาล่าสุดได้ที่ CheckRaka ทุกวัน